www.netnapa.net

เที่ยวยุโรป กับทัวร์คนไทยในยุโรป แบบกลุ่มเล็ก ส่วนตัว รถตู้ ราคาคุ้มค่า

Font Size

Screen

Profile

Layout

Cpanel

จากอดีตถึงปัจจุบัน ศิลปะ ๕ แขนงในเช็ก

E-mail Print PDF
User Rating: / 7
PoorBest 

 สถาปัตยกรรม

• สาธารณรัฐเช็กติดอันดับการเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป สำหรับการมาเยือนอนุสรณ์สถาน หรือโบราณสถานต่าง ๆ ที่มีรูปแบบทางศิลปะอันหลากหลายผสมผสานกันอย่างลงตัว จนนับได้ว่าเป็นมาตรฐานอันทรงคุณค่า

• ภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรโมราเวียนที่ยิ่งใหญ่ในปีค.ศ. 905 ศิลปะแขนงต่าง ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากรูปแบบไบแซนเทียม ศิลปะของเช็กเองได้พัฒนาไปตามรูปแบบของยุโรปตะวันตก ซึ่งนับได้ว่าเป็นรูปแบบที่มีความเป็นเอกลักษณ์สูงมาก

• ภาพเขียนสไตล์กอธิคของเช็ก นับได้ว่ามีการพัฒนาขึ้นมาตามรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง (ปรมาจารย์ศิลปะนิรนามที่รังสรรค์แท่นบูชา Vyssi Brod, ปรมาจารย์ Theodoricus และอีกมากมายนับเป็นตัวอย่างในเรื่องนี้)

• เช่นเดียวกับผลงานอันโดดเด่นของสถาปนิกอย่าง Petr Parler โดยเฉพาะวิหารสไตล์กอธิค St. Vitus Cathedral ในกรุงปราก และ การออกแบบตกแต่งทาวเวอร์ที่มีชื่อเสียงชื่อสะพานชาร์ล (Charles Bridge)

• ปราสาทสไตล์กอธิคยุคหลังอย่าง Gothic Vladislav Hall ในปราสาทกรุงปรากเป็นผลงานของ Benedikt Reid ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องโถงประกอบพิธีสไตล์นี้ที่วิจิตรอลังการที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

• ในช่วงยุคเรอเนอส์ซองส์ และยุคธรรมเนียมปฏิบัติ (Manneristic Period) มีชาวต่างชาติมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวอิตาเลียนได้เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานสไตล์โบฮีเมียนเอาไว้ให้ ขณะที่จักรพรรดิรูดอล์ฟ ที่ 2 (ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ.1576 ถึง 1611) เอง ก็เป็นนักสะสมผลงานศิลปะตัวยง พระองค์ได้ทรงนำเอาผลงานศิลปะจากศิลปินชาวยุโรปมากมายเข้าสู่ประเทศ ซึ่งปัจจุบันนับได้ว่าเป็นที่รวบรวมผลงานสไตล์โบฮีเมียนเอามากที่สุด

• รูปแบบผังเมืองโดยรวมของเช็กจะเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาร็อคเสียเป็นส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะหมู่อาคารที่ออกแบบโดยสถาปนิกอย่าง Christopher, Kilian Ignaz Diezenhoffer และ Giovanni Santini เป็นต้น)

• ในส่วนของภาพวาดแบบเช็กบาร็อค  มีผลงานของศิลปินอย่าง Petr Brandl และ Jan Kupecky เป็นต้น เช่นเดียวกับ นักปั้นอย่าง Ferdinand Maximilian Brokoff, Matthias Bernhard Braun ซึ่งรายชื่อเหล่านี้คือศิลปินผู้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด

• ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ศิลปะสมัยใหม่ของเช็กก็ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของโลกเช่นกัน (ส่วนใหญ่จะเป็นงานสถาปัตยกรรม และงานศิลปะประยุกต์) ศิลปินอย่างอัลฟอนซ์ มูคา (Alfons Mucha) ที่สามารถรังสรรค์ผลงานจนกลายเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก

• สถาปัตยกรรมแบบ “คิวบิสติก” ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ในกรุงปรากที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนั้นก็ยังมีอาคารสไตล์เอนกประสงค์ หรือ “ฟังก์ชั่นนอลิสต์” ก็นับว่าทรงคุณค่าอย่างยิ่งในเช็ก ส่วนศิลปินนามกระเดื่องในศตวรรษที่ 20 นี้ก็อย่างเช่น จิตรกร Frantisek Kupka, Emil Filla, Toyen และ Josef Sima ซึ่งคนเหล่านี้มักจะทำงานและอาศัยอยู่ต่างประเทศเสียส่วนใหญ่

• แม้แต่ในแวดวงศิลปะร่วมสมัยของเช็กเอง ถึงแม้ว่าจะตกอยู่ในห้วงแห่งความยากลำบากในยุคคอมมิวนิสต์ก็ตาม แต่ก็ยังนับได้ว่าศิลปะร่วมสมัยของเช็กก็ยังคงมาตรฐานที่สูงค่าเอาไว้ได้เสมอ (ศิลปินก็อาทิ Jan Zrzavy, Mikulas Medek, Jiri Tichy, Jiri Kolar เป็นต้น)

• หากเอ่ยถึงการถือกำเนิดของวงการศิลปะการถ่ายภาพก็ต้องนึกถึงชื่อของศิลปินอย่าง Frantisek Drtikol, Jaromir Funke, Jaroslav Rossler และ Josef Sudek

ดนตรี

• วงการดนตรีของเช็กมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนกลายเป็นที่รู้จักของนักดนตรีทั่วโลก ซึ่งนักประพันธ์เพลงที่ดัง และทรงคุณค่ามากที่สุดก็คือแอนโทนิน ดโวยาร์ค (Antonin Dvorak) และเบริซ สมิทานา (Bedrich Smetana) ซึ่งถือเป็นนักประพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกเลยทีเดียว บทเพลงของเขาทั้งสองยังคงบรรเลงก้องไปทั่วโลกจนทุกวันนี้ นอกจากนั้นก็ยังมี Leos Janacek ซึ่งประพันธ์เพลงที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังมากมายในปีที่ผ่านมา

• หากจะย้อนรอยดนตรีไปไกลกว่าศตวรรษที่ 19 นั้น รากเหง้าทางดนตรีของเช็กต้องมองไปจนถึงในศตวรรษที่ 9 จนถึงศตวรรษที่ 11 โดยมีบทเพลงอย่าง Saint Wenceslas เป็นต้นแบบที่สำคัญ

• ระหว่างปีค.ศ.1583 ถึง 1612 ในช่วงของจักพรรดิรูดอล์ฟ ที่ 2 วงดนตรี the Habsburg Imperial Orchestra นับว่าเป็นวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของยุโรป ซึ่งมีศูนย์การฝึกซ้อมอยู่ภายใน Prague Castle นักประพันธ์ชาวเช็กอย่าง J.D. Zelenka ซึ่งเป็นนักประพันธ์ร่วมสมัยกับนักประพันธ์ระดับโลกอย่างบาค (Bach) ก็ได้กลายมาเป็นนักประพันธ์ระดับแนวหน้าของโลกในยุคนั้นเช่นกัน

• การเข้ามาของยุคคลาสสิคในศตวรรษที่ 18 นั้นแสดงให้เห็นว่ามีการก่อสร้างโรงอุปราการที่มีชื่ออย่าง F.A. Nostitz theatre (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น the Stavovske theatre) ซึ่งเป็นเวทีแสดงที่สำคัญของโมสาร์ต Mozart ในการเปิดตัวบทเพลงใหม่ ๆ ของเขาเสมอ

• ยุคหนึ่ง นักดนตรีเช็กได้พากันออกนอกประเทศกันเป็นจำนวนมาก เพื่อปากท้องและหลีกเลี่ยงการถูกศาสนาครอบงำ แต่พวกเขาก็ออกไปสร้างชื่อเสียงได้มากมายในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น J. V. Stamitz ที่ทำงานอยู่ใน Mannheim, ครอบครัว Benda ในกรุงเบอร์ลิน และ Gotha, J. Myslivecek ในอิตาลี และ A. Rejcha ที่ไปโด่งดังอยู่ในกรุงปารีส เป็นต้น

• การเริ่มต้นของดนตรีสมัยใหม่ของวงการดนตรีเช็กนั้นต้องเชื่อมโยงเข้ากับชื่อของ Smetana (1824-1884), A. Dvorak (1841-1904) และ Z. Fibich (1850-1900) ในช่วงปีค.ศ.1890 ถึง 1930 นักประพันธ์ที่มีบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ก็ได้แก่ L. Janacek, J. B. Foerster, O. Ostrcil, V. Novak และ J. Suk สุดท้ายก็คือ J. B. Martinu.

•ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ก็มีชื่อของนักดนตรีระดับโลกอย่าง M. Kabelar และ P. Eben

• การก่อตั้งวงดนตรี Czech Philharmonic ถือเป็นก้าวที่สำคัญของวงการดนตรีแบบ “แสดงสด” พวกเขาเริ่มเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1896 (ซึ่ง “คอนดัค” โดย V. Talich, R. Kubelik, K. Ancerl, และ V. Neumann)

• ศิลปะการแสดงคอนเสิร์ตของเช็กนั้นก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงในระดับนานาชาติก็มี นักไวโอลิน, นักเปียโน, ผู้ควบคุมวง และ นักร้อง ชื่อดังเกิดขึ้นมาหลายคน ซึ่งท่ามกลางศิลปินเหล่านี้ก็มีชื่อที่โลกรู้จักอย่าง เช่น นักไวโอลิน F.Ondricek, นักร้อง F. Burian และ J. Novotna และ นักเปียโน R. Firkusny ส่วนที่เป็นวงนั้น นอกเหนือไปจาก วง the Czech Philharmonic ก็ยังมีวงอื่นที่โด่งดังอย่าง the Symphonic Orchestra of the City of Prague FOK เป็นต้น

• ไฮไลท์ที่สำคัญของการแสดงคอนเสิร์ตสดของเช็กก็คือ งานเทศกาลดนตรีประจำปีในกรุงปรากช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นงานรวมพลของนักดนตรีจากทั่วโลกเลยทีเดียว

• แม้จะได้รับความกดดันจากเรื่องทางการเมือง แต่ดนตรีแจ๊ซ และร็อคแอนด์โรลล์ ก็เริ่มมีพัฒนาการมาตั้งแต่ในช่วงปลายทศวรรษปี 1950s ส่วนใหญ่จะแสดงกันตามคลับและโรงละคร แต่ก็นับได้ว่ามีชื่อเสียงถึงระดับโลกเช่นกัน นักดนตรีในแนวนี้ที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ J. Stivin และ R. Dasek. นอกจากนั้นก็ยัง J. Mraz, J. Hammer และ A. Vitous ที่อาศัยและสร้างชื่อให้กับตัวเองอยู่ในต่างประเทศอีกด้วย
 
วรรณกรรม

• ภายหลังจากที่เช็กได้ก้าวเข้ามาสู่ยุคศตวรรษแห่งการพัฒนา แวดวงวรรณกรรมก็เริ่มที่จะกลายเป็นที่สนใจจากนานาชาติมาโดยตลอด มีนักเขียนชาวเช็กหลายคนที่ติดอันดับนักเขียนในระดับโลก ซึ่งผลงานการเขียนขอพวกเขาเหล่านั้นก็ยังได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมายทั่วโลก

• บางที นักเขียนคนที่โด่งดังที่สุดของวงการวรรณกรรมกรุงปรากก็คือ นักเขียนเชื้อสายยิว-เยอมรมัน นาม Franz Kafka ซึ่งเป็นเจ้าของผลงานนวนิยาย และเรื่องสั้น จำนวนมากที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสังคมสมัยใหม่ จนทำให้ตัวเขาเองกลายเป็นสัญลักษณ์ของโลกสมัยใหม่หลังสงครามอย่างแท้จริง โดยผู้คนที่มีลักษณะนี้จะถูกเรียกว่าเป็น Kafkaesque เลยทีเดียว

• ผลงานของ Kafka ถูกถ่ายทอดให้ชาวโลกได้นึกถึงอีกครั้งผ่านทางผลงานนิยายของนักเขียนชาวเช็กอีกคนหนึ่งนาม Milan Kundera ซึ่งพูดถึงตัวตนของสังคมในโลกยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

• นักเขียนหลายคนสร้างชื่อขึ้นจากช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง ซึ่งท่ามกลางนักเขียนที่เกิดในช่วงนี้ คนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งก็คือ Karel Capek นักเขียนแนวมนุษยนิยมที่ผลงานเขียนต่อต้านกองกำลังทหารมากมายหลายชิ้น ซึ่งจากผลงานชิ้นหนึ่งนี้ คำว่า “Robot” (หุ่นยนต์) ได้กลายมาเป็นคำศัพท์คำหนึ่งของโลกเลยทีเดียว นอกจากนั้น เขายังเป็นผู้ก่อตั้งชมรมนักเขียนที่ชื่อ PEN Club ขึ้น

• นักเขียนชาวเช็กคนอื่น ๆ ก็อย่างเช่น V. Nezval, K. Biebl, K. Teige และ J. Seifert เป็นต้น ซึ่งนักเขียนเหล่านี้มีความโดดเด่นในเรื่องของ บทกวี และ งานเขียนเชิงเซอร์เรลิส ซึ่งในปีค.ศ.1984 Seifert ยังได้กลายเป็นนักเขียนเลือดเช็กคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม อีกด้วย

• หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 แผ่นดินเช็กก็ได้กลายมาเป็น “บ้าน” ให้กับนักเขียนเยอรมัน และนักเขียนยิวมากหน้าหลายตา ที่พากันย้ายมารวมตัวกันอยู่ในกรุงปราก ไม่ว่าจะเป็น Rainer Maria Rilke, Franz Werfel และ Max Brod เป็นอาทิ

• ภายหลังจากปีค.ศ.1948 วงการวรรณกรรมของเช็กเริ่มเป็นไปทั้งแบบ “จับต้องได้” และ เชิง “ปรัชญา” มากขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีแนวเขียนในแบบอุดมคติมากขึ้นเช่นกัน จนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษปี 1960s ซึ่งเป็นช่วงคอมมิวนิสต์ครองเมือง วงการวรรณกรรมจึงซบเซาลง

• อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาไร้อิสรภาพกลับสิ้นสุดลงในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1968 เมื่อมีการลงนามในสนธิสัญญาวอร์ซอว์ นักเขียนชื่อดังหลายคนจึงเริ่มสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองต่อไป แต่ส่วนใหญ่จะอพยพไปพักอยู่ตามต่างประเทศ

• นักเขียนที่ออกไปอยู่ต่างประเทศก็ได้แก่ Milan Kundera, Arnost Lustig, Egon Hostovsky และ Josef Skvorecky ส่วนที่ยังอยู่ในบ้านเกิดก็คือ Ludvik Vaculik, Ladislav Fuks, Bohumil Hrabal และ Ivan Klima.
 
ละครเวที

• การแสดงละครเวทีมีประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายควบคู่มาพร้อมกับประวัติศาสตร์ของประเทศ Vaclav Havel คือนักเขียนบทละครที่โด่งดังที่สุดของประเทศ อีกทั้งยังเป็นประธานาธิบดีของสาธารณรัฐอีกด้วย ท่ามกลางละครเวทีที่ยอดเยี่ยมและโด่งดังมากมาย มีการนำไปแปล และนำไปแสดงในทั่วทุกมุมโลก ส่วนเรื่องที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ก็อาทิ Temptation, Memorandum และ The Garden Party เป็นต้น

• Havel เองก็มีเพื่อนนักเขียนบทละครอีกคนหนึ่งก็คือ Josef Topol ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนที่โดดเด่นมากในยุคที่ละครเวทีเฟื่องฟูในศตวรรษที่ 12

• ปีค.ศ.1862 มีการสร้างโรงละครถาวรขึ้นเป็นหลังแรก นั่นก็คือ Prozatimni divadlo (โรงละคร The Provisional) และเปิดการแสดง จากนั้นก็มีโรงละครแห่งชาติซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีเสรีภาพในปีค.ศ.1881 ซึ่งทุกประการนี้ให้การสนับสนุนโดยทางการ ส่วนการแสดงละครเวทีครั้งแรกนั้นแสดงเรื่อง Smetana's Libuse ซึ่งเป็นการแสดงโอเปร่าที่มีเนื่อเรื่องเล่าถึงตำนานการค้นพบกรุงปราก ส่วนโรงละครดังกล่าวก็ถูกไฟไหม้ในเวลาต่อมา และถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีค.ศ.1883

• ในช่วงระหว่างปีค.ศ.1927 ถึง 1938 โรงละคร the Osvobozene divadlo (The Liberated Theater) ถูกสร้างขึ้นโดยนักเขียน และนักแสดง J. Voskovec และ J. Werich.

• หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โรงละครท้องถิ่นก็ถูกสร้างขั้น ในช่วงท้ายทศวรรษปี 1950s ก็มีการสร้างโรงละครขนาดเล็กขึ้นมากมายหลายแห่ง อย่างเช่น Divadlo Na Zabradli - โรงละครบนถนน Balustrade, Semafor Theater, Divadlo za Branou – โรงละครที่อยู่เลยประตูใหญ่ไปเล็กน้อย (ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ Divadlo za Branou II) และ โรงละคร Cinoherni klub

• การออกแบบเวทีของเช็ก (นักออกแบบชื่อดังก็คือ F. Troster, F. Muzika, J. Capek, J. Svoboda - ผู้ก่อตั้งโรงละคร Laterna Magica) มีความสุขกับความสำเร็จอยู่ตามต่างประเทศกับการจัดการแสดงบัลเล่ต์ (ดูแลโดย P. Smok), การแสดงละครใบ้ (L. Fialka, B. Hybner, B. Polivka) การแสดงหุ่นเชิด (Spejbl a Hurvinek Theatre, Vychodoceske loutkove divadlo DRAK - East Bohemian Puppet Theater DRAK in Hradec Kralove).
 

ภาพยนตร์  

วงการสร้างภาพยนตร์ของเช็กกำลังก้าวกระโดดจนกลายเป็นที่สนใจของโลกได้อย่างรวดเร็วภายในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ผลงานของผู้กำกับอย่าง Milos Forman และ Jiri Menzel กลายเป็นที่ยอมรับว่า คอหนังหลายคนต้องมีหนังของเขาทั้งสองเก็บสะสมเอาไว้ โดย Forman ได้รับรางวัลออสการ์มาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง One Flew Over the Cuckoo's Nest และเรื่อง Amadeus ขณะที่ Menzel ก็มีผลงานอันเป็นที่ยอมรับ และสร้างความมั่นคงให้กับชื่อเสียงของเขาจากเรื่อง Closely Watched Trains

• ประวัติการสร้างภาพยนตร์ของสาธารณรัฐเช็กย้อนกลับไปในปีค.ศ.1898 เมื่อภาพยนตร์เรื่องแรกอำนวยการสร้างโดย J. Krizenecky จากนั้นยุคแห่งการสร้างหนังจึงเริ่มขึ้นอย่างแท้จริง โดยส่วนใหญ่ก็มักจะถ่ายทำกันในประเทศ ต่อมามีการสร้างโรงภาพยนตร์ถาวรขึ้นและเปิดใช้ในปีค.ศ.1907 และอีก 2 ปีต่อมา ก็เริ่มมีการนำภาพยนตร์ที่สร้างออกขายเพื่อฉายเก็บเงินจากผู้ชม

• ทศวรรษปี 1930s นักเขียนชาวเช็ก และผู้กำกับภาพยนตร์ได้เริ่มหันเหมาให้ความสนใจกับการสร้างหนังกันมากขึ้น และจริงจัง โดยยึดถือการทำหนังเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง บางส่วนก็สร้างออกมาในรูปแบบของสารคดี

• ปีค.ศ.1945 วงการสร้างหนังของเช็กโกสโลวาเกียก็เริ่มมีความเป็นเอกลักษณ์ของชาติตน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ การเติบโตของวงการยังคงเป็นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ.1948 เมื่อผู้นำคอมมิวนิสต์เริ่มที่จะเข้ามาแทรกแซงวงการ และพยายามบังคับให้สร้างหนัง “โฆษณาชวนเชื่อ” ให้กับรัฐบาล ทำให้เกิดภาพยนตร์ประเภทดังกล่าวขึ้นในรูปแบบ ภาพยนตร์หุ่นเชิด โดย J. Trnka และการ์ตูน รวมทั้งหนังคนแสดงโดย K. Zeman และ J. Svankmajer ซึ่งต่อมากลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการภาพยนตร์โลก

• ทศวรรษปี 1960s มีการอำนวยการสร้างโดยศิลปินรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “คลื่นลูกใหม่เช็ก” (Czech New Wave) ซึ่งทั้ง Forman และ Menzel ก็อยู่ในกลุ่มนี้  ร่วมกับ J. Jires, V. Chytilova, J. Nemec, E. Schorm และ F. Vlacil หลังจากการรุกรานของโซเวียตในปีค.ศ.1968 การสร้างภาพยนตร์จึงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม แต่หนังของคนกลุ่มนี้อย่างหนังของ J. Kadar และ E. Klos เรื่อง The Shop on the Main Street ก็ได้รางวัลออสการ์ในปีค.ศ.1966 และหนังของ J. Menzel เรื่อง Closely Watched Trains ก็ได้รับรางวัลเดียวกันในปีต่อมา

• สิ่งสำคัญที่สุดของการสร้างภาพยนตร์สมัยใหม่ก็คือ การจัดให้มีเทศกาลภาพยนตร์ขึ้นในสาธารณรัฐเช็กมากมายและโด่งดังหลายงาน อย่างเช่น the International Film Festival in Karlovy Vary และ the Children‘s Film Festival in Zlin เป็นต้น

• ทุกปี สาธารณรัฐเช็กจะสร้างภาพยนตร์ประมาณ 30 เรื่อง และ สารคดีและการ์ตูนรวมกันประมาณ 1,200 เรื่อง

• ปัจจุบัน อุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้นำรายได้เข้าสู่ประเทศและบริษัทเอกชนได้มากมาย ทำให้มีการก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ และจัดจำหน่ายเกิดขึ้นภายในประเทศมากมาย

เนตรนภา ยาเนซโกวา เรียบเรียง/ถ่ายภาพ (สงวนลิขสิทธิ์)

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com

Add comment

ขอบคุณที่ comment ค่ะ
โปรดแสดงความเห็นอย่างสุภาพนะคะ เพื่อสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ห้ามโพสต์เรื่องผิดกฏหมายทุกประการ การแสดงความคิดเห็นเป็นไปโดยอิสระ โดยเจ้าของเวบไซต์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และเจ้าของเวบไซต์ไม่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

Security code
Refresh

You are here: