www.netnapa.net

เที่ยวยุโรป กับทัวร์คนไทยในยุโรป แบบกลุ่มเล็ก ส่วนตัว รถตู้ ราคาคุ้มค่า

Font Size

Screen

Profile

Layout

Cpanel

ตำนานการก่อตั้งเมืองปราก

E-mail Print PDF
User Rating: / 0
PoorBest 

 

 

Credit foto @ http://www.atlantic-youth.org/what/activities/photo/Prague_2.jpg 

 

ริชาร์ด วากเนอร์ (อุปรากร) เคยบอกว่า ความสง่างามแห่งอดีตกาลของกรุงปราก เป็นความงามที่เกินเปรียบ  เป็นความประทับใจที่ไม่สามารถจินตนาการได้  แต่ไม่เคยจางหายไป  [1]

สำหรับเราๆ  นักเดินทางยุคหลังโพสต์   เราไม่จำเป็นต้องกล่าวกำกวมเช่นนั้นเพื่อความเป็นอมตะ   แค่บอกว่า  “ปราก” คือเมืองที่ทำให้เรานึกถึงเทพนิยาย ปราสาท ความขลังและศักดิ์สิทธิ์ของเวทมนต์  ก็พอให้หัวใจเต้นตูมตามแล้ว

การเดินทางบนถนนสายโบราณกับผู้คนรายรอบในชุดแบรนด์เนมแห่งยุคสองพัน  และภาษาสมัยใหม่  ทำให้การเดินเล่นในปรากคือเหมือนการเดินอยู่ระหว่างชานชลาที่ 10 ในเรื่องแฮรี่ พอร์ตเตอร์  ราวกับว่าแค่หลุดออกไปนิดเดียว  เราอาจไปโผล่อยู่ในเมืองแห่งเทพนิยายเบื้องหลังปราสาทตรงหน้าได้

ด้านหน้าของปราสาทคือร้านคาเฟ่สมัยใหม่  อากาศที่เย็นเกินลบศูนย์องศาในเดือนมกราคม เดือนแรกของปี  ทำให้ฉันต้องแวะเข้าไปหาชาร้อนอุ่นๆ  ในเวลานั้น  หนังสือนิทานปรัมปราแห่งการก่อตั้งกรุงปราก  ก็ถูกเปิดขึ้นอ่าน แล้วภาพของเมืองปรากในอดีตกาลก็ชัดเจนขึ้นเป็นฉากๆ ผ่านกระจกใสเบื้องหน้าของร้านคาเฟ่เก๋

มันคือเรื่องเล่าที่ทำให้รู้ว่า  ชายผู้มีฝีมือในการก่อสร้างคนหนึ่ง  สามารถสร้างเมืองที่งดงามได้ถึงเพียงนี้  และชื่อของเขา ได้กลายมาเป็นชื่อเมืองในฝันของคนทั่วโลก

กาลครั้งหนึ่งเนิ่นนานมาแล้ว มีปราสาทหลังหนึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองวัตตาวา  (Vltava) ซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำ  เหนือขึ้นไปบนหน้าผาสูงชันที่ถูกระลอกคลื่นซาดซัดอยู่ตลอดเวลา  แต่ปราสาทก็มีความมั่นคงหนักแน่นเท่ากับเจ้าชายผู้เป็นเจ้าของปราสาท  นั่นคือเจ้าชาย Premysl ซึ่งมีเจ้าหญิง Libuse เคียงข้าง  ภายใต้การปกครองของเจ้าชาย  เมืองแห่งนี้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เรือกสวนไร่นาก็ให้ผลิตผลดี เนื่องจากมีระบบการส่งน้ำที่ยอดเยี่ยม 

เจ้าชาย Premysl เองก็เป็นผู้ปกครองที่เปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ  พระองค์จะทรงมีคำแนะนำที่ดีสำหรับไพร่ฟ้าอยู่เสมอ  มีการสร้างปราสาทและป้อมปราการให้เพิ่มมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์สำคัญในการป้องกันตัวจากข้าศึกศัตรู  ในยามที่เกิดความสับสนอลหม่าน  พวกเขาก็จะนำเอาเสบียงไปเก็บฝังเอาไว้ภายในป้อม  ส่วนผู้คนก็จะพากันเข้าไปอยู่ในปราสาทกันหมด เบื้องหลังป้อมปราการทั้งหลายในยามสงครามนั้น พวกเขาก็พร้อมที่จะปกป้องชีวิตของตัวเองและครอบครัว  ชนเผ่าเช็คจึงนั้นเป็นชนเผ่าที่ทรงพลัง พวกเขาคอยที่จะแสวงหาบ้านใหม่ให้กับชนเผ่าของตัวเองอยู่ตลอดเวลา

และและ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องมาหาแผ่นดินสำหรับการตั้งรกรากอย่างแท้จริง เจ้าหญิง Libuse ก็ทรงตรัสว่า

“จะตั้งรกรากบนแผ่นดินผืนใดก็ตาม จงตระหนักถึงความสำคัญของความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุทั้งสี่ อันได้แก่ ดินดี น้ำใส อากาศบริสุทธิ์ และเชื้อเพลิงเปี่ยมคุณภาพ ทั้งหมดนี้จะทำให้ต้นไม้สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นร่มเงาได้อย่างดี ดังนั้น หากทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้สอดคล้องกันดีแล้ว เราก็จะไม่ต้องการสิ่งใดนอกเหนือไปจากนี้อีก”

จากนั้น  ชาวเมืองจึงพากันเดินทางออกตามหาแผ่นดินตามคำแนะนำของเจ้าหญิง  โดยได้ยึดหลักความสำคัญของแร่ธาตุทั้งสี่  วันหนึ่ง เจ้าชาย Premysl  และเจ้าหญิง Libuse ทั้งสองพระองค์ได้พากันขึ้นไปบนจุดสูงสุดของปราสาท ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาเย็น  แสงตะวันกำลังจะลาลับ  ขอบฟ้าจึงทักทอเป็นลำสาดส่องไปทั่วทั้งแผ่นดิน  แสดงให้ผู้ปกครองทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตรผลิตผลและการทำงานของผู้คนอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นไร่นาสาโทหรือป่าไม้ ต่างก็อุดมสมบูรณ์อย่างถ้วนหน้า

แสงตะวันที่ส่องกระทบตัวปราสาททำให้เงาของตัวอาคารทอดยาวไปทางทิศตะวันออก จนกระทั่งความเงียบสงัดของยามค่ำคืนกลับมาครอบงำแผ่นดินอีกครั้ง  ประชากรพากันปิดปากจนเงียบสนิท  สายลมยังกลั้นลมหายใจของตัวเอง  ส่วนหมู่นกกาที่เคยขับร้องส่งเสียงน่าฟังก็พากันบินกลับเข้ารังบนยอดต้นไม้อย่างเงียบเชียบ เจ้าหญิงที่ประทับอยู่ตรงส่วนยอมปราสาทได้ทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออกไปทางหมู่เมฆบนฟ้า วาดนิ้วเคลื่อนไปช้าๆ แล้วทรงตรัสว่า

“เรามองเห็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังสูงเทียมเมฆตั้งอยู่ภายในป่าลึกแห่งหนึ่ง ทางด้านทิศเหนือมีหุบเขาที่มีแม่น้ำ Brusnice พาดผ่านเป็นแนวป้องกัน ทางด้านทิศใต้มีเทือกเขาขนาดมโหฬารตั้งตระหง่านเสียดฟ้า มีแม่น้ำ Vltava ไหลลงมาตามความลาดชันของโตรกผา จงไปที่นั่น แล้วจะพบกับชายผู้มีฝีมือในการก่อสร้างคนหนึ่ง จงสร้างปราสาทขึ้นที่นั่นแล้วตั้งชื่อตามชายผู้สร้างคนนั้นว่า Praha [2] และนับต่อไปจากนั้น ผู้ใดที่คิดจะก้าวข้ามประตูแห่งนี้เข้ามา ผู้นั้นจะถูกยิงด้วยลูกธนูก่อนที่จะถึงตัวปราสาทด้วยซ้ำไป”

เจ้าชาย Premysl พร้อมด้วยพสกนิกรจึงมองหาเส้นทางที่จะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว และแล้ว พวกเขาก็เดินทางผ่านหุบเขาและสายน้ำตามคำพยากรณ์ของเจ้าหญิงจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริงตามนั้น จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับชายช่างก่อสร้างผู้นั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มดำเนินไป พวกเขาพากันตัดไม้มาปลูกกระท่อมและป้อมปราการ ต่อมา ปราสาทแห่ง Praha ก็ถูกสร้างให้ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Vltava ซึ่งเป็นปราสาทที่ทำด้วยไม้เช่นเดียวกันกับปราสาท Vysehard หลังเก่า หากมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าหลายเท่านัก

จากนั้น ชื่อเสียงของ Praha ก็เริ่มขจรขจายออกไปจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่ง จึงทำให้พ่อค้าต่างชาติเริ่มทยอยกันเดินทางเข้ามาทำความรู้จักกับพวกเขา ถึงแม้การเดินทางจะหนักหนาสาหัสเพียงใดก็ตาม

เรื่องเล่าเรื่องแรกของมหานครนี้ จบลงอย่างย่นย่อ  พร้อมๆ ประตูคาเฟ่ที่เปิดออก  ฉันฉวยโอกาสที่ประตูยังเปิดค้างอยู่  และไอหนาวจากข้างนอกแอบหลบเร้นเข้ามาหาไออุ่นในคาเฟ่  พาตัวเองที่เริ่มอุ่นแล้วออกไปสัมผัสไอหนาวอีกครั้ง  เมื่อวานนี้ ฉันยังอยู่ในกรุงเทพฯ มหานครที่วุ่นวายและร้อนอบอ้าว อุณหภูมิกว่าสามสิบสี่องศา  แต่วันนี้ฉันอยู่ในเมืองอุณหภูมิลบสี่องศา  และอยู่ในเมืองที่ปราสาทอยู่ในม่านหมอกทุกแห่งหน  ไม่ใช่ความฝัน  ฉันแค่อยู่ในเมืองของเทพนิยายอย่าง  “มหานครปราก”

 


 

 

[1] The ancient splendour and beauty of Prague, a city that is beyond compare, left an impression on my imagination that will never fade.

Richard Wagner (1826)
 

[2] Praha มีความหมายว่า ประตูแห่งชนเผ่า Czech

 

text by Netnapa Janeckova @ 2010 copyright by SUN MOON TREE 

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com

Add comment

ขอบคุณที่ comment ค่ะ
โปรดแสดงความเห็นอย่างสุภาพนะคะ เพื่อสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ห้ามโพสต์เรื่องผิดกฏหมายทุกประการ การแสดงความคิดเห็นเป็นไปโดยอิสระ โดยเจ้าของเวบไซต์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และเจ้าของเวบไซต์ไม่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

Security code
Refresh

You are here: