www.netnapa.net

เที่ยวยุโรป กับทัวร์คนไทยในยุโรป แบบกลุ่มเล็ก ส่วนตัว รถตู้ ราคาคุ้มค่า

Font Size

Screen

Profile

Layout

Cpanel

A SHORT WALK THROUGH HISTORICAL PRAGUE

E-mail Print PDF
User Rating: / 4
PoorBest 
Article Index
A SHORT WALK THROUGH HISTORICAL PRAGUE
Staré Město (Old Town – เมืองเก่า)
Nové Město (New Town - เมืองใหม่)
Malá Strana (Little Square)
All Pages

 

 

เมืองเก่าของปราก 

  • กรุงปรากเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรยุโรปในศตวรรษที่ 14
  • ก็เหมือนๆ กับโบสถ์คริสต์, สะพาน, ปราสาท, พระราชวัง และ สิ่งก่อสร้างแห่งอื่นๆ ภายในกรุงปรากทั่วไป นั่นก็คือ มันเป็นสิ่งก่อสร้างในประวัติศาสตร์ที่มีรูปแบบหลากหลายแตกต่างกันไปไม่เหมือนกัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสนอลังการ แต่รูปแบบในแต่ละส่วนกลับดูไม่เข้ากันสักเท่าใด
  • งานของคาฟก้าที่ทั้งรักทั้งเกลีดยกรุงปราก The Castle การไม่ปรากฏว่ามีปราสาทในงานเขียนก็เปรียบเสมือสถานะของตัวเขาที่ไม่เคยมีความสูงศักดิ์ใดๆ 

 

.... 

บทความชุด "เดินเล่นไปตามแหล่งประวัติศาสตร์กรุงปราก" ฉันเอามาจากหนังสือเก่าของเช็กในสมัยคอมมิวนิสต์ ซึ่งให้ข้อมูลภาพกว้างเกี่ยวกับรูปแบบศิลปะในกรุงปรากได้อย่างเห็นภาพรวมดีมาก แม้จะอ่านยากสักหน่อย แต่กลับเป็นบทความที่ลึกและโยงใยภาพรวมได้อย่างดี "ตินติน" แปลบทความนี้จากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ในแบบที่บอกว่าคนคิดจะไปปราก ไม่อ่านไม่ได้จริงๆ

 

ประวัติศาสตร์สมัยบรรพกาล

 

ก่อนอื่นต้องขอย้อนประวัติศาสตร์สมัยบรรพกาลให้ฟังก่อนว่า ดินแดนที่เป็นแผ่นดินของปรากนั้นเป็นผืนดินที่มีสภาพความอุดมสมบูรณ์สูงมาก เรียกได้ว่า สมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้านสำหรับผู้คนในครั้งนั้น (ราวๆ 3,000 – 5,000 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งตำนานโบราณก็มีเรื่องราวที่เชื่อมโยงกันกับการตั้งรกรากของชนชาวสลาฟ (Slavonic) นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 เป็นต้นมา

 

ท่ามกลางตำนานเหล่านี้ก็ได้นำให้เราเข้าไปเกี่ยวโยงกับปราสาทที่สำคัญสามหลัง ได้แก่ Děvín ซึ่งพังทลายในกาลต่อมาไม่นาน แต่ก็นับว่าเป็นต้นแบบที่สำคัญให้กับปราสาทอีกสองแห่งของกรุงปราก นั่นก็คือ Prague Castle และ Výsehrad ชาวสลาฟโบราณได้เดินทางผ่านเข้ามาในดินแดนดังกล่าวนี้ด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจในความเป็นเจ้าของแผ่นดินอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งต่อมาเรียกกันว่าเป็น Devil’s Column (รูป 47) และต่อมาพวกเขาก็ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างขึ้นมาแห่งหนึ่งเพื่อใช้เป็นที่ส่องดูดวงอาทิตย์ในวันที่อยู่ไกลจากโลกมากที่สุด (วันที่ 21 มิถุนายน และ 22 ธันวาคม)

 

ปราสาทกรุงปราก 

จากรายงานที่เชื่อถือได้ชี้ให้เห็นว่า ปราสาทกรุงปราก (Prague Castle) นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่ประทับ (บัลลังก์) ของเจ้าชายแห่งชนเผ่าเชก (the tribe of Czechs) หลายพระองค์แห่งราชวงศ์ the Přemyslids ในเวลาต่อมาราวๆ ช่วงกลางศตวรรษที่ 9 ชาวคริสเตียนก็เริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ พวกเขานำทั้งศาสนาและการศึกษาเข้ามาเผยแพร่ รวมทั้งวัฒนธรรมและธรรมเนียมต่างๆ อีกด้วย ในการตั้งรกรากช่วงแรกนั้น เริ่มด้วยการบูรณะอาคารปราสาทและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นเป็นอันดับแรก แต่กระนั้นก็หาได้เป็นไปด้วยความศรัทธาต่อสิ่งเหล่านั้นจริงๆ ไม่

 

แผ่นดินที่ตั้งของกรุงปรากมีปราสาทมากมายหลายแห่งตั้งอยู่ ซึ่งเป็นทั้งที่พักอาศัยและศาสนสถาน มีโบสถ์ที่เก่าแก่มากมาย อย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ Romanesque Basilica of St. Vitus ที่ตั้งอยู่ในบริเวณของปราสาทกรุงปราก นอกจากนั้นก็ยังมี the Romanesque Church of St. George ที่ตั้งอยู่ตรงที่เดียวกันกับปราสาทกรุงปรากเช่นกัน (รูป 2, 51, 52, 53) ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ของพิธีกรรมทางศาสนาในปี 925

 

และนับตั้งแต่ปี 970 เป็นต้นมา ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย จนกระทั่งได้รับการบูรณะตกแต่งเสียใหม่ทั้งหมดในช่วงศตวรรษที่ 14 ถึงศตวรรษที่ 16 (รูป 75) มีหลักฐานบ่งชี้ชัดเจนว่าในศตวรรษที่ 9 นั้น ผังเมืองทั้งหมดของกรุงปรากถูกจัดให้ตั้งอยู่ขนาบไปตามสองข้างฝั่งกำแพงของปราสาททั้งสองแห่ง ซึ่งเรื่องนี้มีอยู่ในบันทึกของพ่อค้าชาวอาหรับคนหนึ่งที่ชื่อ Abraham ibn Jacob ว่า ในปี 965 เขาได้เห็นบ้านเรือนที่นี่ปลูกสร้างด้วนหินและดินเหนียวที่แข็งแรงทนทานที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดชี้ชัดได้ว่า สถานที่หรือหมู่อาคารบ้านเรือนที่พ่อค้าอาหรับคนนั้นได้บันทึกเอาไว้นั้นยังคงอยู่หรือไม่

 

ปราสาททั้งสองหลังในกรุงปรากได้รับการบูรณะใหม่ในศตวรรษที่ 11 และ 12 ส่วนหอคอยเซนต์มาร์ติน (the Rotunda of St. Martin) (รูป 4, 48) ก็พังทลายลงในช่วงกลางศตวรรษที่ 11 เช่นกัน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการบูรณะสิ่งก่อสร้างต่างๆ กันใหม่พอดี (รูป 1, 45)

 โบสถ์ Strahov

 

ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น มีการต่อเติมส่วนต่างๆ ให้กับปราสาทกรุงปรากอีกหลายส่วน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 12 โดยราชวงศ์ Strahov ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็จะเป็นไปในรูปแบบ Romanesque ทั้งหมด ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์วรรณกรรมแห่งชาติ (the Museum of National Literature) (รูป 5) ซึ่งถือเป็นส่วนแสดงที่เก่าแก่ที่สุด ก็ได้จัดเก็บและแสดงเอกสารโบราณสำคัญเกี่ยวกับการต่อเติมสิ่งก่อสร้างให้กับปราสาท Výsehrad (รูป 49) เอาไว้ให้ผู้คนได้ชม

 



Add comment

ขอบคุณที่ comment ค่ะ
โปรดแสดงความเห็นอย่างสุภาพนะคะ เพื่อสร้างบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ห้ามโพสต์เรื่องผิดกฏหมายทุกประการ การแสดงความคิดเห็นเป็นไปโดยอิสระ โดยเจ้าของเวบไซต์ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และเจ้าของเวบไซต์ไม่เกี่ยวข้อง และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้

Security code
Refresh

You are here: