“...อย่าหาเหตุผลในการออกเดินทาง จงหาหนทางที่จะไป...”
1. เมื่อใบไม้ร่วงสู่กลางใจ
เราชื่นชมฤดูกาลต่างๆ อันสวยงามที่ให้ภาพปรากที่แตกต่างกันไปตามห้วงเวลา
คนเมืองหนาวส่วนใหญ่ไม่ได้ยินดีนักเมื่อฤดูใบไม้ร่วมมาถึง เพราะนอกจากจะเป็นประตูไปสู่ฤดูหนาวอย่างเต็มตัวแล้ว ฤดูนี้อากาศมักเปลี่ยนแปลงบ่อย แปรปรวนตลอดเวลา ภายในไม่กี่นาที ลมแรง หิมะตก ถ้าเเป็นแดด ก็เป็นแดดหนาว เห็นสว่างจ้าๆ อย่างนั้น แต่ลมกรรโชกแรงและเย็น
ว่ากันว่า คนจะเป็นหวัดมากที่สุดก็ในฤดูนี้แหละ ยิ่งกว่าฤดูหนาวเสียอีก เพราะไวรัสเองส่วนใหญ่จะตายเมื่อหนาวสุดๆ มาเยือน แต่สำหรับฤดูใบไม้ร่วง กึ่งชื้นกึ่งแดด และแรงลมนี่แหละ ทั้งทำให้คนชะล่าใจกับความหนาวบ่อยครั้ง และทั้งทำให้ไวรัสเจริญเติบโตได้ดี
มันเป็นฤดูพรางตาพรางใจ
คนยุโรปทั่วไป มักถูกกล่าวถึงฤดูนี้ในแง่ของความเศร้าและเหงา เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน บางครั้งอย่างคาดไม่ถึง อย่างในหนังเรื่อง Autrum in Newyork จากความรักที่งดงามที่สุด ไปสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่ทันตั้งตัว
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ต้นไม้จะผลัดใบเปลี่ยนสี จากเขียว ค่อยๆ กลายเป็นส้ม เหลือง น้ำตาล และร่วงกราวสู่ผืนโลก บางคนก็ชอบสีสันของมันในความเป็นไปเช่นนี้ ความหลากหลายสี ความเปลี่ยนแปรของชีวิต ซึ่งเป็นไปตามวฏจักร
สำหรับคนที่ยอมรับได้ จึงไม่พลอยเศร้าไปกับฤดูใบไม้ร่วง เพียงแค่สวมเสื้อผ้าหนาให้อุ่น จิบชา และนั่งชื่นชอบกับสีสันบรรยากาศรอบข้างที่บางคนอาจจะบอกว่าหม่นเศร้า แต่สำหรับบางคนก็สามารถมองว่ามีความงามและโรแมนติกไม่น้อยเช่นกัน
แต่ฉันนี่สิ เที่ยวไป ง่วงไป ไม่รู้เป็นอะไรรู้สึกง่วงนอนมากผิดปกติเหมือนกินยานอนหลับ นั่งรถทีไรเป็นหลับ
มาเร็กหัวเราะแล้วบอกว่า เป็นปกติของฤดูไม้ใบร่วงที่ทำให้คนรู้สึกขี้เกียจเหมือนกับสัตว์ต่างๆ ที่ชอบจำศีลกันนั้นฤดูนี้เช่นเดียวกัน
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ฉันไม่ได้เดินทางมาปรากครั้งที่สามเพื่อจำศีล ฉันมาที่นี่เพื่อออกเดินทางต่างหาก!





