
หนังสือท่องเที่ยวถือเป็นหมวดหนังสือหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักอ่าน เพราะประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทาง มักแฝงไปด้วยการเรียนรู้ ความสนุก และความทรงจำ เป็นเรื่องราวที่แบ่งปันเล่าสู่กันฟังได้ไม่รู้จบ
สำหรับนักเขียนแนวท่องเที่ยวบ้านเราเอง หลายคนคงจะเคยผ่านตาผลงาน “ลมหนาวในปารีส” ของเธอมาบ้างแล้ว ด้วยความที่ปารีสเป็นเมืองยอดฮิตของนักท่องเที่ยว และใครๆ ต่างอยากรู้เรื่องราวของมหานครสุดเก๋แห่งนี้
“เนตรนภา แก้วแสงธรรม” คือเจ้าของผลงานเขียนลีลากัดเล็กๆ ที่เล่าเกร็ดเดินทางได้สนุก ตอนนี้เธอกลับมากับผลงานเขียนท่องเที่ยวเล่มที่สอง “ปรากในรอยหนาว” เรื่องราวท่องเที่ยวจากกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งบอกเล่าการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ ตำนาน และศิลปะ ของเมืองใจกลางยุโรป
โดยส่วนตัวแล้ว มีวิธีเขียนเรื่องท่องเที่ยวแบบไหน
พยามให้ผู้อ่านได้อะไรกับเราไปด้วยค่ะ และแน่นอนว่าเรื่องเที่ยวๆ คงต้องสนุก ตลก น่าติดตาม อ่านแล้ว คนอ่านอาจได้อะไรในเรื่องของการเดินทางไปใช้ต่อด้วย บอกที่พัก ที่กิน ที่ซื้อของ หรือกิจกรรมที่น่าทำบ้าง ที่จำเป็นต่อการเป็นต่อการเที่ยว
ทำไมถึงเลือกไปเที่ยวปราก และเขียนเรื่องเกี่ยวกับปราก
เป็นความบังเอิญนิดหน่อย จู่ ๆ วันหนึ่ง เพื่อนของเพื่อนที่เป็นชาวเช็กมาเมืองไทย และชวนว่าไปเที่ยวปรากไหม อยากเที่ยวอยู่ด้วยพอดี เลยเตรียมวีซ่าแล้วสองอาทิตย์แล้วไปเลย หลายๆ ครั้งที่เตรียมแผนจะไปโน่นไปนี่อย่างดี สุดท้ายก็ไม่ได้ไป เหมือนจะบอกว่าการไปเที่ยวคือเรื่องเล่นๆ ที่เราควรอย่ามีท่าทีเตรียมการณ์มากนัก
พอไปถึงเจออะไรบ้าง
ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเช็กเลย บอกไปเห็นแล้วมันเป็นเมืองที่สวยมาก ก่อนไป คิดว่าคงจะเหมือนยุโรปตะวันออกทั่วๆ ไปที่ข้าวของถูก แต่ก็ไม่ได้มีบ้านเรือนอุดมไปด้วยศิลปะอย่างปารีส เวณิซ หรือฟลอเรนซ์ ซึ่งเมืองเหล่านี้ถึงแม้จะแพงอย่างไร แต่ก็คุ้ม
แต่มันก็เหมือนกับหนังสือ ถ้าเราอ่านแต่เนื้อหาที่เราชอบ เราอาจจะได้ความสุขที่ได้อ่าน แต่เราจะไม่ได้อะไรที่แปลกใหม่ ลองเอาคอลัมน์หรือเอาหนังสือที่ไม่เคยอ่าน มาอ่าน หรือรายการทีวีที่เราไม่เคยชอบมาลองดู ก็จะทำให้เราได้เห็นเรื่องที่ไม่เคยรู้ ทำให้เรารู้สึกว่าโลกของเราน่าอยู่ มีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราได้เหมือนกัน
และปราก รู้สึกอย่างนั้น เพราะไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่เคยจิตนาการภาพมาก่อน จนได้มาเจอ เป็นเมืองที่สวยมาก
ไฮไลท์ของการไปเที่ยวคืออะไร
ไปในช่วงใกล้คริสต์มาส ทำให้เราได้เจอบรรยากาศการเฉลิมฉลอง หิมะที่หนาวสุด ๆ แม้ปรากเป็นเมืองเล็ก ๆ ก็จริง แต่ยิ่งใหญ่สำหรับนักท่องเที่ยวนะ เพราะหาความงดงามได้ทุกหัวมุมตึก อีกอย่าง ปรากเป็นเมืองที่ต้องรู้ตำนานของเขาจึงจะเที่ยวอย่างสนุก จะมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่รู้ตำนานของที่นี่ ก็อาจจะเห็นแค่ตึกเก่า ปรากถือเป็นเมืองที่มีตำนานเยอะมาก ฝรั่งเศสอาจจะใส่ความยิ่งใหญ่ให้ตำนานของตัวเองดูน่าเกรงขาม แต่ปราก ด้วยความที่เขามีศิลปะ แต่ถูกบลอกจากความเป็นคอมมิวนิสต์ ทำให้เขาต้องเลี่ยงเล่าเรื่องโดยการผสมผสานกับความเป็นจินตนาการผ่านตำนาน ที่สำคัญเป็นตำนานที่สนุกและเป็นจริง แฝงความขมขื่น มันเป็นวัฒนธรรมของเขา นี่คือเสน่ห์ของปราก
ในเล่ม “ปรากในรอยหนาว” เล่าถึงอะไรบ้าง
เส้นทางที่ในหนังสือเล่มนี้ที่เล่ามาเป็นเส้นทางที่พลาดไม่ได้ ถ้าไปปรากแล้วไม่ได้ไป ถือว่ายังไม่ไปไม่ถึงปราก เราจะไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรเห็น แต่ถ้าเป็นการเที่ยวปรากในเชิงลึกต้องรอเล่ม 2 ที่เขียนอยู่
ถ้าให้เล่าสั้นๆ การเที่ยวปราก จะเริ่มต้นจากประสาทกรุงปราก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะอยู่ในกลางเมือง ภายในมีวัง สวน และโบสถ์ให้เที่ยวหลายจุด ถือเป็นปราสาทโบราณที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง บริเวณรอบๆ ปราสาทนั้นก็จะเป็นบ้านหรือวังของเจ้าขุนมูลนายในอดีต ซึ่งพากันมาตั้งถิ่นฐานใกล้ๆ ไม่ไกลจากนั้น ผังเมืองก็จะเป็นบ้านของคหบดีผู้ร่ำรวย ทำธุรกิจ เราก็จะเจอถนนสายธุรกิจที่อดีตที่ปัจจุบันกลายเป็นถนนชื่อดัง และร้านค้า ร้านกาแฟเก๋ๆ โรงแรมดีๆ อย่าง ถนนนารูด้า หรือถนนเวนเซลลาส
ถัดไปเป็นส่วนของโบสถ์ที่สำคัญของเมือง แล้วเชื่อมต่อไปย่านศูนย์กลางการค้าและราชการในอดีตอย่าง “ย่านเมืองเก่า” ซึ่งเป็นบ้านทรงโรมันเกือบ 70-80 หลัง ที่สวยงามทรงคุณค่าจริงๆ รวมถึงสะพานชาร์ล สะพานหินที่สวยและโรแมนติก ปรากเป็นเมืองไม่ใหญ่ แต่มีประวัติศาสตร์มากมาย และตำนานเยอะ ทำให้เที่ยวสนุก

เวลาไปเที่ยวปราก อาหารที่ควรลิ้มรส
เมนูที่ดังและคิดว่าคนไทยน่าจะชอบ คือ เป็ดอบน้ำผึ้ง ซึ่งเขาเรียกเป็นเป็ดโบฮีเมียน เป็นแบบกรอบนอก นุ่มใน ราดด้วยซอสน้ำผึ้ง และทานกับดัมปิ้ง ส่วนที่ดังของเช็ก คือ เบียร์ เขาเป็นเจ้าตำรับเบียร์ดังของโลกมากมาย และมีเบียร์ท้องถิ่นให้เล็กชิมเยอะ จากสถิติคนเช็กดื่มเบียร์มากที่สุดในโลก มากกว่าเยอรมัน
ที่พักควรเลือกอย่างไร
เลือกย่านนักท่องเที่ยว แม้จะแพงขึ้นมาหน่อย แต่สะดวกมากๆ เพราะปรากเป็นเมืองไม่ใหญ่ เที่ยวได้ทั่ว หรือเลือกที่ใกล้เมโทร ไม่ควรเลือกย่านที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวปราก เพราะเปลี่ยว และดูอันตรายเหมือนกันสำหรับคนเอเชียที่คนที่นี่ไม่ค่อยคุ้นนัก
บอกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยไป แต่น่าไปอย่างยิ่ง
พระราชวังโทรจา เป็นอะไรที่สุดยอด Troja Palace พระราชวังสไตล์บาร็อค อยู่ตรงข้ามสวนสัตว์ ไปยากสักหน่อย ไม่มีเมโทร ต้องเดินทางด้วยรถบัสไต่เนินเขาของเมืองขึ้นไป แต่ข้างในสวยมาก โดยเฉพาะห้องโถงขนาดใหญ่ที่จรดภาพเขียนฝาผนังเป็นภาพสงครามทรอย ขนาดใหญ่เท่าครึ่งสนามฟุตบอล เข้าไปแล้วทึ่งมากๆ แล้วคนไม่ค่อยนิยมไป เวลาทัวร์จะมีเราคนเดียว เหมือนพระราชวังส่วนตัว
คนที่น่าจะชอบถ้าได้ไปเที่ยวปราก
น่าจะเป็นคนที่ชอบความเล็กที่น่าจดจำ ชอบความโรแมนติก ชอบความเป็นธรรมชาติ เที่ยวปรากเหมือนได้เที่ยวในยุโรปในราคาแค่ครึ่ง เพราะเขายังไม่เปลี่ยนไปใช้เงินยูโร ยกตัวอย่าง การเดินทาง 10 วัน ค่าใช้จ่ายในเมืองปรากไม่ถึง 1 หมื่นบาท ส่วนค่าที่พักในปรากเทียบแล้ว เท่ากับโรงแรมบ้านเรา
นอกจากนี้สามารถซื้อบัตรเที่ยวแบบชุด 4 วัน 750 บาท บางคนไปเที่ยวยุโรปเมืองอื่น แค่ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ก็แห่งละ 700 -1,000 บาทแล้ว บางคนก็เลือกที่จะไม่เข้าไป ถ่ายรูปแค่หน้าประตูแล้วกลับ คิดว่าพอแล้ว แต่เป็นความพอแล้วแบบหลอกตัวเอง เพราะไม่ได้เข้าไปเห็นจริงๆ ในขณะที่หลาย ๆ คนเข้าไปเที่ยว แต่กลับมาเมืองไทยด้วยความเครียด เพราะราคาแพงมาก แต่กับปราก คุณสามารถเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้ในเวลา 4 วัน เพียง 750 บาท ส่วนอาหารการกิน ของฝาก ก็ซื้อหาได้สะดวกกระเป๋า แต่เรียกว่าเป็นเมืองที่สวย เที่ยวคุ้มค่า

ปัญหาที่จะพบได้ในการเดินทาง
อันดับหนึ่งที่จะรู้กันดี คือเรื่องการวิ่งราวกระเป๋า มีการสำรวจในประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ปรากเป็นเมืองที่มีคนถูกวิ่งราวมากที่สุด เป็นสิ่งที่ควรระวังมากที่สุด เพราะเขาจะทำเป็นกระบวนการ ต้องระวัง โดยเฉพาะคนที่มาล้อมหน้าล้อมหลังเราเพื่อถามทาง หรือคนที่แต่งตัวดี ๆ เข้ามาถามทาง อย่าประมาท
ปรากมีลักษณะของการเป็นเมืองเก่า เราควรทำตัวอย่างไรในการไปเที่ยว
ทุกที่ก็คงเหมือนกัน อยากให้นักท่องเที่ยวเคารพในความเป็นวัฒนธรรมของเขา คนปรากมีการกล่าวสวัสดีกันเหมือนคนฝรั่งเศส เวลาไปซื้อตั๋ว ถ้าคุณกล่าวสวัสดี แม้จะเป็นสิ่งที่เราไม่ทำก็ได้ แต่จะทำให้เขารู้สึกเปิดใจกับเรามากขึ้น
คนปรากกับคนไทย จริง ๆ คล้ายกัน คือ ถ้าเปิดใจให้ใครแล้ว เขาก็จะจริงใจกับคนนั้นเลย เพียงแต่อาจจะไม่ได้ยิ้มให้เราก่อน แต่ลึก ๆ คนปรากจริงใจ ไม่ใช่พวกที่สร้างภาพ โกหก หรือเย่อหยิ่ง
การเดินทางครั้งนี้ให้อะไรกับชีวิตเป็นพิเศษ
การเดินทางบางที่ให้ความประทับใจ ในขณะบางที่ก็ให้ความทรงจำในชีวิต แต่การเดินทางไปปรากครั้งนี้เป็นเหมือนทำให้เกิด “จุดเปลี่ยน” ในชีวิต ได้เพื่อน และได้การเดินทางกลับไปอีกหลาย ๆ ครั้ง เหมือนได้บ้านหลังที่สองที่เราไม่คาดคิดมาก่อน และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์ร่วมกับเพื่อนชาวเช็กฯ
ทำให้รู้สึกว่าการเดินทางมันไม่ใช่แค่สัญชาตญาณของการเที่ยว แต่เป็นสัญชาตญาณของการคบคน การเรียนรู้คน และการใช้ชีวิต การเดินทางเป็นการลงทุนในชีวิตที่คุ้มค่าและอาจให้อะไรมากกว่าที่เราคาดไว้เสียอีก
(สนใจข้อมูลเทื่ยวปราก แวะเข้าไปได้ที่ www.netnapa.net หรือ พูดคุยกับนักเขียนได้ที่ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it )
จาก หนังสือพิมพ์บ้านเมือง




