www.netnapa.net

เที่ยวยุโรป กับทัวร์คนไทยในยุโรป แบบกลุ่มเล็ก ส่วนตัว รถตู้ ราคาคุ้มค่า

Font Size

Screen

Profile

Layout

Cpanel
 
 
เกี่ยวกับเรา : บ. โอซีที ทราเวล เอสอาร์โอ
 
โอซีที ทราเวล เอสอาร์โอ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1999  ในกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก เป็นบริษัททัวร์ที่พาคนเช็กเที่ยวประเทศอื่นๆ นับแต่ปี ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา นักเขียนไทย, บรรณาธิการ, เจ้าของสำนักพิมพ์ คือ เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา ได้เข้ามาเป็นผู้จัดการ และเปลี่ยนไปจับตลาดคนไทยที่มาเที่ยวสาธารณรัฐเช็ก
 
เนตรนภาเป็นหนึ่งในผู้ที่ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยรู้จักกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก มากขึ้น เธอเริ่มต้นด้วยการเขียนบลอกเรื่องเล่าชีวิตภรรยาชาวเช็ก พร้อมกับค้นคว้าประวัติศาสตร์ของกรุงปราก จนออกมากลายเป็นหนังสือเกี่ยวกับเช็ก 2 เล่ม ที่คนไทยรู้จักดี คือ “ปรากในรอยหนาว” และ “Unseen Castles 13 ปราสาทเล็กโรแมนติกในสาธารณรัฐเช็ก” ซึ่งเล่มหลังนี้ แถม DVD พาเที่ยวปราสาทที่มีชื่อเสียงอย่างฮูโบก้า โดยได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำด้านในของปราสาทอย่างละเอียด
 
นอกจากนี้ยังเขียนบทความเรื่องท่องเที่ยวกรุงปรากลงในนิตยสารต่างๆ เช่น TRUE ESACPE, King Power และคู่สร้างคู่สม
 
เป็นผู้ให้สัมภาษณ์เรื่องท่องเที่ยวเช็กแก่สื่อมวลชนทั้งสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์  ให้การต้อนรับและเป็นแขกรับเชิญในรายการต่างๆ เช่น รายการสุริวิภา พาเที่ยวปราสาทกรุงปราก, คาลาสเติน, รายการ คนไทยในต่างแดน ทางช่อง TGN, รายการโทรทัศน์ครู ทางช่อง Thai PBS 
 
ให้สัมภาษณ์ในนิตยสารขวัญเรือน, WE, นิตยสารสุดสัปดาห์ และนิตยสารแพรว,หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในฐานะนักเดินทางและนักเขียนเรื่องท่องเที่ยว
 
ในด้านสื่อมวลชน เป็นสมาชิกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ของประเทศสาธารณรัฐเช็ก และเป็นผู้สื่อข่าวพิเศษประจำกรุงปราก ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 
 
ในด้านงานสังคม เป็นตัวแทนเข้าให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐเช็กอย่างเป็นทางการ ที่รัฐสภา เป็นผู้แปลวรรณกรรมเช็ก เป็นภาษาไทย ในโครงการของวุฒิสภาเช็กที่ออกเผยแผ่ทั่วโลก และได้รับเกียรติสูงสุด เมื่อเอกอัครทูตเช็กประจำประเทศไทยและสถานทูตเช็กในประเทศไทย สนับสนุนผลงานเขียนของเธอด้วยการจัดงานเปิดตัวหนังสือให้ ในวันชาติเช็ก ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ที่บางกอกคลับ
 
จากประสบการณ์ผ่านมาที่ได้มีโอกาสต้อนรับคณะทัวร์ทั้งรัฐมนตรี ผู้มีชื่อเสียง ส่วนราชการ เอกชน บริษัท และทริปท่องเที่ยวส่วนตัว ทำให้โอซีที ทราเวล เป็นบริษัททัวร์คนไทยในเช็ก ที่ถือว่าภารกิจในการพาคนไทยเที่ยวสาธารณรัฐเช็กอย่างประทับใจ คือความสำเร็จ ความภูมิใจ และชื่อเสียงของเรา 
 
คุณภาพและความเชื่อถือได้ คือสิ่งที่มอบให้กับลูกค้าทุกคนตลอดมา และจะยึดถือตลอดการทำงาน
 
“เหนือกว่า...ด้วยคำว่ามืออาชีพ” เรามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเที่ยวสาธารณรัฐเช็กและยุโรปให้กับท่าน แล้วท่านจะได้สัมผัสกับคำว่า “คุ้มค่า และประทับใจอย่างแท้จริง”
 

วุฒิสภา

ให้ข้อมูลแก่วุฒิสภา ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐเช็กอย่างเป็นทางการ

#000000

รายการโทรทัศน์ครู ช่อง Thai PBS

ต้อนรับคุณแอ๊ด ไชยวัฒน์ พิธีกร พร้อมถ่ายภาพกับผอ.ปราสาทกรุงปราก

#000000

พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี

อุปฐาก จัดเทศน์ธรรม และนำทัศนศึกษา พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี

#000000

รายการสุริวิภา

เป็นแขกรับเชิญรายการสุริวิภา

#000000

พาชมปราสาท

นำคุณแหม่ม สุริวิภา ถ่ายทำ และชมปราสาทชื่อดังในเช็ก

#000000

ถ่ายทำในวุฒิสภาเช็ก

ให้สัมภาษณ์ ในวังวอลสเติน หอประชุมวุฒิสภาเช็ก

#000000

คุณพิ้งค์ ณชมพูนุช พิธีกรรายการ "วันนี้ที่รอคอย"

พาเที่ยวแบบส่วนตัว พิธีกรรายการวันนี้ที่รอคอย ช่อง 9

#000000

ผู้บริหารไทยรัฐ

นำเที่ยวชม คณะผู้บริหาร หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

#000000

คุณกัญจนา

พาชมทริป 3 ประเทศ คณะคุณกัญจนา ศิลปอาชา

#000000

พลเอกชัยสิทธิ์

นำเที่ยว คณะพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร

#000000

เยือนกัมพูชา

เป็นตัวแทนคนไทย เยือนกัมพูชา เข้าเฝ้า His Majestic แห่งกัมพูชา กับท่านทูตเช็ก ประจำประเทศไทย

#000000
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/117054Picture_4.png
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/316486Picture_4.png
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/620691n554267403_2040039_2419934.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/583352n554267403_1818679_182322.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/937033n554267403_1818673_3760389.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/906238n554267403_1418000_466.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/298733169108_493314687403_554267403_6110974_7380374_o.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/707934246798_216612971696668_123880364303263_790332_1184303_n.jpg
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/280223Picture_3.png
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/553535DSC08558.JPG
http://www.netnapa.net/components/com_gk2_photoslide/images/thumbm/912511king.jpg
thumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnailthumbnail

รักเปลี่ยนชีวิต (นิตยสารสุดสัปดาห์)

E-mail Print PDF
User Rating: / 1
PoorBest 
 
ไม่ได้เป็นแค่นักเขียนเรื่องท่องเที่ยว เจ้าของสำนักพิมพ์ แต่ “เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา ฟอน ดูด๊าช” หรือ คุณหริ่น  ยังเคยเขียนหนังสือ “เข้าใจในรัก อกใหัเป็น” และแขกรับเชิญรายการสุริวิภา เมื่อไม่นานมานี้  และหลายคนยังจำได้ดี เพราะชอบในบุคลิกง่ายๆ สุดแสนติดดิน และความเป็นนักเดินทางรุ่นเล็ก ที่น่าจับตามองของเธอ  เพราะการเดินทางนี่เอง ทำให้ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปแต่งงานกับท่านเซอร์แห่งกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก มีชีวิตที่เปลี่ยนไปจนหลายคนอิจฉา แต่ก็ยังคงความเรียบง่ายได้อย่างเข้ากระแส  ทำให้เราต้องถามเธอความหมายของคำว่า “อกหัก” และมิติที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ” 
 
 
 
“อกหักมันเปลี่ยนเราได้ทั้งจะให้ดีขึ้นหรือเลวลง ทำไมบางคนใช้การอกหักเป็นปัญหา แต่บางคนทำให้การอกหักเป็นพลังบวก สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ได้ มากมาย  อย่างเช่น “ทัชมาฮาล” เกิดจากใครบางคนอกหักที่ต้องพลัดพรากจากคนรักใช่ไหมคะ” คุณหริ่น กล่าว

“อกหักเป็นเรื่องใหญ่เมื่อตอนเกิดขึ้นใหม่ๆ แต่เป็นเรื่องเล็กๆ เหมือนการตื่นนอน เมื่อเราทำใจได้แล้ว มันเป็นวัฎจักรของชีวิต เหมือนทุกๆ เรื่อง การอกหักไม่ต่างจากการกินข้าว การเดิน การนอน มันคือเรื่องธรรมดาค่ะ” 

อกหักสำหรับเธอจึงทำให้เห็นว่ามันเป็นธรรมดาของโลก นั่นคือ เห็นโลก (ธรรม) ในมิติที่หนึ่ง แต่มิติของการเห็นโลกแบบที่สองของเธอ คือ การอกหักเป็นประตูทำให้เธอออกท่องโลก จนกลายเป็นนักเดินทางที่มีผลงานเขียนออกมาอย่างสม่ำเสมอ

เพราะวันที่เธออกหัก และวันที่ทำให้เกิดรักแท้ครั้งใหม่กับท่านเซอร์ จนได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ออกเดินทางท่องโลกเป็นว่าเล่น ใช้ชีวิตแสนสบายอย่างที่ฝัน 

คุณหริ่นเล่าว่าเธออกหักจากอดีตคนรักที่รักกันมานานเกือบสิบปี รักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง  อกหักครั้งนั้นทำเธอเจ็บจนตั้งใจว่าจะเสียใจให้สุดๆ จนถึงวันสิ้นปีแค่นั้นพอ หลังจากนั้น ปีใหม่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะได้เจอรักครั้งใหม่ในวันปีใหม่ เธอจึงเชื่อถึงพลังของจิตว่า การตั้งเป้าหมาย ดลบันดาลให้เกิดสิ่งที่เราต้องการได้ หากพลังใจนั้นเข้มแข็งพอ
 
 
 
"การที่เราอกหัก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเดินจากไป หรือถูกทิ้งให้จากไป มันก็เจ็บทั้งนั้น  ตอนที่อกหัก ตัวเองเป็นฝ่ายเลือกเดินจากมา เพราะรู้สึกว่าตลอดเวลา เรารักเขาอยู่ฝ่ายเดียว เขาไม่ได้รักเรา จึงไม่ได้ดูแลเราเท่าที่ควร เหมือนกับมีเราก็ได้ ไม่มีก็ได้ ไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ แล้ววันหนึ่ง เราไม่สบาย ก็อยากให้เขาหายาให้ทาน โทรบอกเขา แต่เขาไม่สนใจ นอนๆ อยู่ คิดได้ ไม่รู้ว่าคิดตกหรือโกรธ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว นอนๆ ซมไข้คนเดียว เลยคิดว่าต้องเลิกดีกว่า ... เพราะคิดว่าคนเรารักกัน น่าจะเป็นห่วงกัน ดูแลกันมากกว่านี้"

หลังจากอกหัก คุณหริ่นเล่าว่า "ก็คิดว่าตายแน่เรา เราเคยมีเขาเป็นเพื่อนมาสิบปี เหมือนเพลงของพี่แอม เสาวลักษณ์ "ครึ่งหนึ่งของชีวิต"  จู่ๆ จากคนรักก็กลายเป็นคนอื่น แล้วเราก็แก่แล้ว สามสิบสำหรับผู้หญิงก็ต้องบอกว่าแก่น่ะนะ เราคิดว่าเราจะไปมีใครอีกได้ที่ไหน เพราะเราไม่ได้สวย  แถมบุคลิกยังแมนเกินเหตุ... ก็ปรากฏว่านอกจากอกหักแล้ว ก็ยอมรับสภาพว่าเราคงต้องโดดเดี่ยวไปอีกนาน"

อันดับแรก ในฐานะนักเขียน เธอทำความเข้าใจความอกหักให้ถึงแก่นไปเลย ด้วยการเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องอกหัก ให้ชื่อว่า "เข้าใจในรัก อกหักให้เป็น" เขียนโดยการตระเวนคุยกับคนอกหัก ทั้งมีชื่อเสียง และไม่มีชื่อเสียง แล้วเรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือ  

"ตรงนี้มันช่วยเราได้มาก เหมือนกับทำให้เราได้ฟังประสบการณ์คนอื่น ได้เทคนิคที่คนอื่นเอามาใช้ ได้แชร์ และได้เข้าใจความอกหักอย่างถ่องแท้ ทุกวันนี้ ใครมาปรึกษาเรื่องอกหัก ไม่ว่าจะมุมไหน จะมีคำตอบให้ได้หมดเลย"

"แล้วด้วยความที่เราเรียนปริญญาโทด้านพระพุทธศาสตร์ ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เราก็เอามาใช้หมด เรียกว่าข้างนอกดูโอเค แต่ข้างในใจเราแย่มาก ต้องรวมสรรพกำลังทั้งหมดที่มี เราก็เอาหลักพุทธมาจับ คิดว่าทุกอย่างแม้แต่ความรัก ก็ต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป มันเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรยั่งยืน มันต้องเปลี่ยนแปลงเสมอ"

ช่วงที่อกหัก คุณหริ่นจึงทำหมดทุกอย่าง ตั้งแต่เดินทางไปวัด ที่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี  หรือ ท่าน ว. วชิรเมธี ที่ จ. เชียงราย ออกเดินทาง ไปเกาะคนเดียว  

"เหมือนหนีทุกสิ่งทุกอย่าง โดยพยายามทำความเข้าใจกับมันไปด้วย  ข้างนอกเหมือนนิ่งๆ แต่ข้างในเหมือนระเบิด ข้างในมันแหลกราญหมดแล้ว ... ไม่มีใจ ใจไม่มี...  คือ ความเข้าใจเรามี ว่าครั้งนี้เราจำเป็นต้องอกหัก แต่ใจเรามันทำใจไม่ได้ ...และเราก็กลัวด้วยว่า ต่อไปจะมีใครรักเราได้หรือ ในเมื่อเราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมน่าสนใจเลย"

“เมื่อไหร่ที่เราต้องอกหัก คำว่าอะไรคงไม่สำคัญเท่ากับคำว่า “เข็มแข็ง” และ ”เชื่อมั่นในตัวเอง” ตอนที่ตัวเองอกหัก ก็ขึ้นไปวัด ท่าน ว. วชิรเมธี ที่ จ. เชียงราย ท่านบอกคำเดียวว่า “ให้เชื่อมั่นว่ามีคนที่ดีกว่า รอเราอยู่เสมอ” ท่านบอกคำเดียว ความมั่นใจเรากลับมาเลย”

หลังจากนั้น เธอก็พยายามทำงาน  ใช้เวลาไปกับเพื่อน ทำสิ่งที่ทำไม่ได้ตอนมีแฟน เพราะ หนึ่ง ไม่ต้องมีเวลาอยู่คนเดียวแล้วเศร้า สอง คือ ได้โอกาสทำสิ่งที่คนโสดทำได้ โดยไม่ต้องห่วง เช่น ออกเดินทางไกล หรือเสี่ยงทำธุรกิจต่างๆ ก็ปรากฏว่าประสบความสำเร็จดี 

“คงจะเพราะอย่างที่เขาบอก “ไม่มีโชคเรื่องความรัก มันก็ต้องมีโชคในเรื่องงาน” ก็เลยเพลิดเพลินกับชีวิต จนได้มาเจอรักครั้งใหม่”

คุณหริ่นทำทุกๆ อย่างเพื่อแก้อาการอกหัก รวมถึงการออก ไปกับเพื่อน เจอคนหน้าใหม่ๆ ทำงานที่ไม่เคยทำ  และเพราะงานใหม่ๆ ทำให้เธอได้เจอคนใหม่ๆ เห็นโลกใหม่ จนมาเจอ "คนรัก" คนใหม่ ซึ่งก็คือ  เซอร์ มาเร็ก อติลา ยาเนเช บารอน ฟอน ดูด๊าช

"ตอนที่เจอกัน เพราะเพื่อนแนะนำ แล้วก็บอกว่าเขากำลังอกหักนะ เพิ่งหย่ากับภรรยา เลยมาเมืองไทย มาจัดแข่งมวย แล้วก็พักผ่อนด้วย พอดีต้องสัมภาษณ์เขาเพื่อทำหนังสือ เขาดูเศร้ามาก เลยก็บอกว่า จะพาไปวัด ไหว้พระ ดีไหม เขาตกลง วันรุ่งขึ้น ก็พาไปกราบท่าน ว. วชิรเมธี เลย ท่าน ว. ก็สอนให้เขานั่งสมาธิ แล้วก็ตอบคำถามธรรมต่างๆ ให้"

จากความประทับใจนั้นเองที่คุณาเร็กเห็นว่าคุณหริ่นมีน้ำใจ ทำให้คุณมาเร็กเชิญคุณหริ่นเดินทางไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวเกี่ยวกับสาธารณรัฐเช็กในเดือนต่อมา และได้กลายมาเป็นหนังสือ "ปรากในรอยหนาว" พร้อมกับความรักก็ผลิดอกออกใบเช่นเดียวกัน

"ชีวิตเปลี่ยนไปไหม หลังจากอกหัก ก็เปลี่ยนตรงที่คุณสามีดูแลเราดีมาก รักเรา และดูแลเราทุกอย่าง  ทำให้เราเข้าใจว่าคนรักกันเขาดูแลกันอย่างไร เป็นห่วงเป็นใยกัน และเสียสละเพื่อกันและกันอย่างไร ... แต่ถ้าเป็นในแง่มุมของชีวิตว่าแต่งงานกับท่านเซอร์แล้ว ชีวิตเปลี่ยนไปสิ้นเชิงในแง่วัตถุแค่ไหน ก็คือเราก็สบาย เป็นแม่บ้าน  ไม่ต้องทำงานประจำ  แต่ก็เปิดบริษัทพิมพ์หนังสือที่ชอบ ทำทัวร์สำหรับเที่ยวยุโรปเวลาว่าง  ได้ออกเดินทาง เขียนหนังสือ แล้วเข้าวัดเข้าวา มีเวลาทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์บ้าง จากแต่ก่อนที่ต้องทำงานเพื่อดูแลตัวเองคนเดียว ตอนนี้เราก็ทำอะไรได้เยอะขึ้น แต่ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยล้นเหลือนะคะ เป็นคนทำงานคนหนึ่ง และก็ทำให้เรามีความสุขมาก เพราะถ้ารวยมากกว่านี้ก็คงไม่มีความสุขได้แบบนี้ ไม่มีอิสระทำสิ่งที่ชอบได้แบบนี้"

"ความสุขที่สุดที่บอกว่าเปลี่ยนชีวิตคือ มีกล้องตัวหนึ่ง ก็เดินทางไปเรื่อยๆ ถ่ายภาพ เข้าร้านอาหาร ดื่มชา แล้วเขียนหนังสือ กลับบ้านก็เข้าคอมพิวเตอร์ ค้นคว้าข้อมูลไปเรื่อย เข้าใจประเด็นแล้วก็ออกเดินทางหาเรื่องเล่า อยู่เมืองไทย ก็มีน้องขับรถพาเที่ยววัด ถ่ายภาพวัดต่างๆ ไปเที่ยวที่ต่างๆ สบาย ไม่ต้องทำงานทุกวัน ทำงานเมื่ออยากทำ สามีให้อิสระมาก ไม่ใช่ว่าแต่งงานแล้วต้องอยู่บ้านกับเขาตลอด ในยุโรปอยากไปไหน ก็ไป เขาก็จะจัดผู้ช่วยให้พาไป กลับไทยปีละสองครั้ง ครั้งละสองสามเดืิอนก็ตระเวนเยี่ยมเพื่อนฝูง หาร้านอร่อยๆ ทาน แล้วก็เที่ยวไทย"


เมื่อเราให้เธอสรุปถึงการอกหักว่าเปลี่ยนชีวิตได้จริงหรือ คุณหริ่นบอกว่า พูดถึงการอกหัก จะพูดให้โดนอย่างไรก็ได้ เพราะพูดมุมไหน มันก็ใช่ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอกหักทำให้สูญเสียและได้รับ อกหักทำให้ได้เห็นความรักทุกองศา อกหักทำให้เข็มแข็งขึ้น อกหักทำให้ได้ค้นพบสิ่งที่ใช่มากกว่า และคัดกรองสิ่งที่ไม่ใช่รักแท้ออกไปจากเรา แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ แล้ว ตัวเธออยากจะบอกว่า การอกหักไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันคือเรื่องดี ทำให้เราได้เจออะไรดีๆ เยอะกว่าที่เราคิด.. 

"...แต่เราต้องพยายามมองหาให้เห็น คนที่มองหาไม่เห็น ก็จะเห็นว่าการอกหักคือทุกข์ คนที่เห็นข้อดีของการอกหัก จะเห็นความโชคดีเมื่อตัวเองอกหัก"

ทุกวันนี้ เนตรนภามีบริษัททัวร์ พาคนไทยออกท่องยุโรป โดยเฉพาะประเทศสาธารณรัฐเช็กที่มีเมืองหลวงอย่างกรุงปรากที่ใครๆ เล่าลือว่าสวยงามสุดโรแมนติก มีเวบไซต์ของตัวเอง (www.netnapa.net) บอกเล่าเรื่องราวที่เธอออกท่องโลกให้คนไทยได้อ่าน ซึ่งเธอบอกว่าหากไม่อกหัก คงไม่ได้ออกเดินทาง และได้เห็นโลกว่าสวยงามแค่ไหน การอกหักจึงเปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างสิ้นเชิง

 
 
Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com
You are here: