Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

Blogs

ความประทับใจ และความอบอุ่น คือ ความสุข

E-mail Print PDF
User Rating: / 1
PoorBest 
 
ความประทับใจ และความอบอุ่น คือ ความสุข
ไม่ต้องใช้เงินซื้อหา แต่ต้องใช้ใจ
และก็ได้กลับมา คือ ความสุขทางใจ
 
 
 
ขึ้นเดือนใหม่อีกแล้วสินะ สรุปแล้วเดือนกันยายน เป็นเดือนที่เงียบสงบ และได้ใช้นโยบายความสุขเรียบง่ายได้ผลดี
 
เดือนที่ผ่านมา ใช้เงินส่วนตัว ไม่ถึงหนึ่งพันบาทอีกแล้ว และวันนี้ไปใจกลางเมือง ที่มีร้านชอปปิ้งเต็มไปหมด ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป แต่ก่อนไปแล้วตื่นเต้น มีของอยากได้เต็มไปหมด อยากเข้าร้านโน่นร้านนี้เต็มไปหมด แต่ตอนนี้มองเข้าไปดูแต่ละร้านแล้ว มีความรู้สึกว่า ไม่อยากได้มารกบ้าน เอามาแล้วไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน แผนการซื้อของเข้าบ้านประจำสัปดาห์เมื่อวานนี้ สิ่งที่ฉันซื้อ เพราะขาด หรืออยากได้จริงๆ มีแค่สำลีเช็ดหน้า ครีมนวดผม โลชั่น ... ได้สิ่งแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เพราะใช้ประโยชน์จริง
 
้เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นวันเกิดของสต๊าฟที่บ้าน เราก็ไปเลี้ยงฉลองให้ ที่ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ก็สนุกดี ที่มีสายพานอาหารมาให้เลือกทาน เหมือนหยิบได้ตามชอบ จริงๆ คิดราคาแล้วก็ไม่ถูกนะ และรสชาติก็ไม่ดี แต่มันเป็นความสนุก อิสระในการเลือกมากกว่า แค่นี้ก็มีสีสันดีแล้ว
 
นอกจากนี้ เมื่อวานยังได้ไปงาน วันไปโรงเรียนวันแรก ของหลานสาวชาวเช็ก มาด้วย สนุกดี วันแรกของเด็ก ป. หนึ่ง เวลาไปโรงเรียน เขามีงานด้วยนะ สำคัญด้วย คือ ส่งเด็กเข้าห้องเรียน สองข้างทาง จะมีรุ่นพี่ คอยมายืนปรบมือให้ตลอด เหมือนยินดีต้อนรับด้วยความอบอุ่น ไปเห็นแล้วปลื้มอ่ะ
 
อีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้ทำ คือ หัดถ่ายภาพนางแบบเช็ก แล้วเอาส่งไปขายออนไลน์ ส่งไปยี่สิบรูป ผ่านสี่รูปแล้วนะ แต่ไม่ใช่กับเวบที่สอบตกนะ อีกเวบหนึ่ง ตอนนี้ฉันสมัครขายรูปออนไลน์ไปหมดทุกเวบดังแล้ว 7 เวบ สอบทฤษฎีผ่านหมดแล้ว บ้าพลังไหมมม อิอิ ตอนนี้เหลือขั้นตอนทยอยส่งรูปไปสอบ มีผ่านแล้วสองเวบนะ ที่เหลือยัง อิอิ 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนเดือนที่ผ่านมา งานบำเพ็ญประโยชน์ที่ได้ทำ คือ เป็น "ไกด์อาสาสมัคร" ให้แก่คณะนักกีฬาที่มาแข่งกีฬาที่ปราก ได้พาไปดูปราสาทกรุงปราก แล้วก็พาไปที่ทำเนียบบ้านท่านทูตที่ปราก เพื่อร่วมรับประทานอาหารเลี้ยง ก่อนส่งกลับ
 
 
 
 
 
ส่วนภาคงานพิเศษ คือ การเป็นนักข่าวกิตติมศักดิ์ไทยรัฐ ประจำสาธารณรัฐเช็ก ก็ได้ส่งข่าวไปให้ บก. แล้ว อย่างสม่ำเสมอ เท่าที่ความเคลื่อนไหวมี แล้วก็ได้ลงข่าวแล้ว จากผลงานของเรา ก็ดีใจนะ แม้จะไม่ใช่งานได้เงินเดือน แต่เราอาจเกิดมาเพื่อตรงนี้ก็ได้ 55 สังคมมันต้องมีคนว่างๆ อย่างเรา ที่ทำงานเป็นจุดเชื่อมไง เพราะไม่ใช่ว่างานทุกงานที่มีคุณค่า จะสามารถมีค่าตอบแทนได้
 
บรรยากาศของฉันตอนนี้ก็สนุกๆ เหมือนคืนวันเก่าๆ สมัยเป็นนักข่าวมันกลับมา คือ เราไปร่วมงานที่ไหน ก็จะต้องถ่ายภาพไว้ส่งข่าว บางคนก็จะรู้ว่าเป็นนักข่าว ก็จะบอกให้ถ่ายให้ พอถ่ายแล้วก็ส่งให้ทั้งหนังสือพิมพ์ และสถานทูตไว้ใช้ประโยชน์ด้วย เราก็เป็นคนมีประโยชน์ต่อคนบ้าง หลังจากที่ผ่านมา มีประโยชน์แต่กับตัวเอง
 
นอกจากนี้ก็ช่วยเขาโน่น นี่ เล็กน้อย ประสานงานเวลามีคนต้องการให้เราช่วย ไม่ขอเอ่ยไว้หมด แต่วันนี้พาเพื่อนที่สถานทูตเช็กสองสามีภรรยา ที่ประเทศไทย ไปวัดไทยมา พาหนูน้อยเช็ก ที่เกิดที่กรุงเทพ ไปผูกแขน กับพระอาจารย์ ที่ปราก และอีกมุมหนึ่ง ให้สถานทูตเช็ก ได้เห็นกิจกรรมของคนไทยที่ดี สิ่งดีๆ 
 
ไม่รู้นะ ฉันไม่ได้ fake แต่สิ่งที่ควรจะทำ คือ มีโอกาสคุยกับเพื่อนทั้งสอง ไม่ว่าเขาจะถามแบบเป็นทางการ หรือแกล้งเช็คข้อมูล เราก็ไม่เคยพูดถึงประเทศไทย คนไทย ในมุมไม่ดี มันมีทั้งสองมุม แต่เราเลือกจะพูดแต่มุมดีๆ ให้เขารู้
 
 
เพตรา ผู้สอนเรื่องราวต่างๆ ของคนเช็ก ให้ฉันรู้และให้กำลังใจเสมอในการปรับตัว
ทำให้ฉันอุ่นใจว่าเรามีคนที่ดีกับเรา
ครั้งที่มาเช็กครั้งนี้ เธออุตส่าห์ ถือ ชุดแม่ชี ชุดขาวมาให้ฉันสามชุด
และทุกครั้ง ลากัน เธอจะบอกกับฉันว่า "ฉันรักเธอนะ"
 
 
ท่านทูตพาณิชย์ เป็นอีกคนหนึ่ง ที่ฉันต้องบอกว่า
ใจดีที่สุดในโลก
(ถ้า) ใครมีโอกาสใกล้ชิด จะได้แต่สิ่งดีๆ ไป
 
 
ภาคไปงานการกุศล เพื่อเด็ก ที่เช็ก
ท่านทูตพาณิชย์ใจดีมาก ประมูลของช่วยเด็กเยอะที่สุดในงานอ่ะ
คนไทย ดังไปเลย อิอิ 
 
 
 
 
 
เพื่อนทำแผนกวีซ่าเช็ก รับรองว่าทุกคนที่เคยขอวีซ่าเช็ก จะต้องเจอเธอ บางคนบอกว่า เธอดุ แต่ฉันบอกได้ว่า เธอเป็นคนตรง และดี ไม่มีเลือกชนชั้นวรรณะ จริงจังในการทำงาน แต่ต้องการทำทุกอย่างให้เคลียร์ ทุกอย่างเป็นไปตามระบบ และสเต็ป บ่อยครั้งก็ได้ยินคนบ่นเรื่องวีซ่ายาก เพราะฉันเข้าใจมุมมองทั้งสองฝ่าย จึงบอกได้ว่า สองฝ่ายมีเหตุผลของตนเอง ควรเคารพซึ่งกันและกัน
 
ฉัน ทำได้แค่ทุกครั้งที่พูดถึงคนไทย ไม่ว่าอาชีพใด ถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ที่ต้องพูดให้คนในครอบครัวถึงสิ่งดีๆ ไม่ใช่พูดถึงคนอื่น กดให้เขาต่ำ แล้วจะทำให้เรารู้สึกสูงขึ้น (ความจริงแล้ว เพื่อนบ้านเราสูง เราก็สูงด้วย)
 
อาชีพอะไรก็ตาม ที่มาทำงานต่างแดน เขามีความสามารถมากกว่าฉันอีก ไม่ว่าร้านอาหาร หรือสปา นวดไทย เขาคือคนทำงาน ที่เหลือคือการใช้ชีวิต ทุกคนมีคุณค่า และฉันก็พยายามส่งเสริมให้คนไทยได้มีศักดิ์ศรีและชื่อเสียงที่ดี
 
ถ้าเพื่อนสงสัยอะไร ไม่ว่าเรื่องการเมือง สังคม ประเพณี ฉันก็มีมุมอธิบายที่ดีได้ทั้งนั้น 5555 จนเพื่อนว่าฉันมองคนแต่แง่ดี พักหลังๆ เลยไม่ค่อยถาม ไม่ค่อยเช็คข่าวกับฉันแล้ว 555 ตลกดี แต่ทำแล้วรู้สึกดีนะ และก็จะทำอย่างนั้นต่อไป
 
 
คนไทยในปราก 
  
 
....
 
คำว่า มิตรภาพ ความจริงใจ เรามีได้กับคนทุกคน ผลที่ได้รับ ที่เราก็รู้สึกได้คือว่า มีผู้ใหญ่เมตตา ให้ความเอ็นดูเรามาตลอด และไม่เคยใช้ความเอ็นดูนั้น เป็นการ เลีย เชลียร์ 555 เพราะเราออกแนวน่ารักๆ ขำๆ  
 
พ่อเคยสอนว่า การปฏิบัติตัวต่อผู้ใหญ่ ถ้าท่านให้ใกล้ชิด สิ่งที่เราควรอยากได้คือมุมมอง แนวคิด และคำสอน ประสบการณ์ ไปใช้ ก็มากแล้ว อย่าไปขอโน่น ขอนี่ ผู้ใหญ่ไม่ไ่ด้มีไว้ให้ขอ ถ้าเขาจะให้อะไรเรา เขาให้เอง หน้าที่ผู้น้อย คือ รับใช้ อุปถาก เท่าที่เราทำได้ เพราะเรามีกำลังมากกว่า บางครั้งผู้ใหญ่ก็ต้องการแขนขาบ้าง เราก็ได้ทำหน้าที่ ถือว่าฝึกงานไป อย่าไปเอ่ยปากขออะไรเด็ดขาด
 
วันนี้ได้รับการ์ด ให้ไปงาน "เลี้ยงอำลาตำแหน่งท่านทูต" ไทยที่เช็ก ที่ใกล้จะมาถึง
 
ได้รับแล้วก็ใจหาย
 
 
 
ที่ทำเนียบท่านทูต 
 
 
ภริยาท่านทูต อุตส่าห์ไปร่วมงานที่เช็ก ของคุณชาย งานหนึ่ง
 
 
เพราะได้อยู่ใกล้ชิดท่าน ก็รู้สึกอบอุ่นใจ เพราะท่านให้ความเป็นกันเองและเมตตา หลายๆ ครั้งก็สอนสิ่งดี ๆ ยังจำได้ สิ่งที่ชอบ คือ ภริยาท่านทูตไทย สอนว่า
 
"ให้มีความสุขน้อยๆ แต่ขอมันนานๆ ดีกว่าความสุขมากๆ ที่กระชากเราให้ลงต่ำในวันไหนวันหนึ่ง เพราะความสุขมากๆ ก็หมายถึงการเสียสมดุลได้ พอเวลามันตีกลับ มันจะตีกลับแรงกว่า วันไหนมีความสุขน้อยๆ ให้ดีใจ"
 
นึกถึงวันที่ท่านเชิญฉัน และท่านทูตพาณิชย์ให้ไปคุยสัพเพเหระที่ทำเนียบท่านทูตอันสวยงาม ได้แลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ต่างวัย แล้วถึงได้บอกว่า ประโยชน์ใดๆ ก็ไม่เท่าการได้แชร์ความคิด และเอาปรับมาใช้ เหมือนอย่างที่ฉันอยากบอกเล่าสิ่งดีๆ ข้อคิดต่างๆ ที่ได้พบในต่างแดนให้ท่านผู้อ่านทราบ
 
ท่านทูตและภริยา และท่านทูตพาณิชย์ เอ็นดูมาเร็กมาก เพราะเธอพูดน้อย เรียบร้อย และท่านว่า "หล่อเหลาเอาการ" ยิ้มแบบใจดี ... ท่านฝากขนมมาให้ทานบ่อยๆ มีเรื่องราวดีๆ มากมายที่ผ่านมา ที่ฉันไม่เคยบอกเล่า เพราะว่ากลัวว่าเราอ้างผู้ใหญ่ แต่ครั้งนี้อยากพูดถึง เพื่อที่จะบอกท่านผู้อ่านว่า ยังมีท่านทูตมากมายที่อยู่ต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นและดูแลคนไทยในต่างแดน
 
และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับสิ่งดีๆ นั้นจริงๆ ค่ะ 
 
 
....
 
 
 
 
หากเราจะใช้ชีวิตให้มีความสุข
ต้องชื่นชมชีวิตให้เป็น
 
ยินดี กับ การที่มีคนที่รักและกรุณาต่อเรา
มากกว่า  ยินร้าย กับคนที่จงชังเรา
 
ด้วยว่า เราไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ
หากดีในแบบที่เราเป็น
 
อาจไม่ดีที่สุด
แต่ก็ขอให้ เลวน้อยที่สุด
 
 
....
 
 
 
 
ความสุขอีกอย่างหนึ่ง
ที่จะเกิดขึ้นได้จากจิตใจ
คือการอิจฉา ให้น้อยลง
 
ถ้าเมื่อไหร่ เห็นคนอื่นได้ดี
แล้วรู้สึกว่าตัวเองร้อนใจ
ถ้ายังทำให้หายไปไม่ได้
 
แค่ให้รู้สึกตัว รู้ตัวว่า นี่เรากำลังอิจฉานะ
ทำบ่อยๆ พอมีสติมากเข้า
รู้ตัวมากเข้า ความอิจฉามันลดลงได้อัตโนมัติ
เพราะที่ผ่านมา ทุกข์ ร้อนใจ เพราะอิจฉา มันเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัว
 
การที่เราไม่อิจฉาใครได้
เป็นสุข
การที่เราเห็นคนอื่นได้ดี แล้วเราไม่อิจฉา
พลอยยินดีไปด้วย
เป็นสุข
ให้ความสุขทางใจ ไม่ต้องซื้อหา
 
โดยหลักความจริงแล้ว
การที่คนอื่นได้ดี ย่อมส่งผลต่อตัวเรา ให้ได้รับประโยชน์ไปด้วย
บัณฑิตจึงควรมองว่า หากส่งเสริมให้ผู้อื่นได้ดีได้
ก็ควรทำเป็นอย่างยิ่ง
 
...
 
ฉันเอง 
 
....
 
 
 
 

Last Updated on Thursday, 02 September 2010 22:50

บทเรียนบทที่ 4

E-mail Print PDF

 
ดอกไม้ จากคนรัก
คือสิ่งงดงาม เรียบง่าย
เพียงเธอ คนเดียว ก็พอแล้ว
โลกนี้ น่าอยู่พอ
 
 
 
 
"จะไม่บอกว่า "เสียดาย" ที่ให้ใจไป
แต่จะบอกว่า "ขอบใจ" ที่ทำให้ได้รู้ว่าควรเอาใจของเรากลับคืน"
 
 
....
 
 
ชีวิตนั้นเหมือนคลื่นทะเล จะให้ราบเรียบตลอดไป ไม่ได้ ต้องมีคลื่นสูงคลื่นต่ำ ให้เราโต้กระดานชีวิตเล่นล้อคลื่นไปเรื่อยๆ และเมื่อไหร่ที่เราเจอคลื่น ก็ไม่มีสิทธิไปถามด้วย ว่าทำไมคลื่นต้องมา เพราะคลื่นคือธรรมชาติของชีวิต
 
คุณเข้าใจความหมายของคำว่า ทรยศ หลอกลวง ไหม
 
มันไม่ใช่ความล้มเหลว ผิดพลาด แต่คือ การที่ใครบางคนตั้งใจโกหก หลอกลวงคุณ แสร้งทำดีกับคุณ แต่จริงๆ แล้ว มีแผนที่จะทำเลว ... ฉันไม่รู้ว่าบุคลิกของฉันก็ดูร้ายซะขนาดนี้ ก็ยังมีคนกล้ามาชั่วๆ ด้วยนะ ปีที่แล้ว และตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอคำว่า "ทรยศ" มาปีนี้แหละ เจอ 4 ครั้งแรก ครั้งแรก เอเย่นต์ที่ร่วมธุรกิจด้วย ทำดีกับเราทุกอย่าง แต่จริงๆ แล้ว เพื่อให้เราตายใจ หลอกเอาเงินหนีไป ครั้งสอง เกิดพ่วงจากเหตุการณ์แรก เพื่อนทำเป็นบอกว่า อยู่ข้างเรา แต่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ เล่นละครตบตามาตลอด เหตุการณ์สาม พนักงานกินเงินเดือน ไปแอบรับเงินเดือน ทำงานกับคู่แข่ง ไปจับได้คาตา เป็นงง และครั้งที่สี่ ล่าสุด กับคนบางคนที่เราปั้นมากับมือ และเอาผลงานของเรา ไปขายให้ที่อื่น
 
บางครั้งฉันก็อยากถามฟ้า เหมือนกันว่า ฉันเคยหลอกลวง ทรยศ ใครหรือ ทำไมต้องมาให้บทเรียน หรือเอาคืนด้วย
 
แต่ความพยายาม พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสของฉันมีเสมอ ฉันจึงมองแง่ดีได้ให้ได้ เรื่องแรก มองว่าเป็นบทเรียน ทำให้ไม่เสียเงินมากกว่านี้ การทำงานทุกอย่างมีอุปสรรค อยู่ที่เราจะแก้ แล้วผ่านไป พัฒนาต่อได้ไหม อีกทั้งสองให้เรา ไม่พึ่งพาคนอื่น การทำธุรกิจทุกอย่าง ควรที่จะทำด้วยตัวเองมากที่สุด และเคสนี้ ก็เหมือนมีบุญมาช่วย สุดท้ายก็ได้เงินคืนทุกบาททุกสตางค์
 
เคสที่สอง จริงๆ แล้ว ฉันก็ต้องชดใช้เงินให้เพื่อนอยู่แล้ว แต่การที่ได้รู้ความจริง มันก็ไม่ได้ทำให้เสียเงินมากขึ้น แถมเป็นข้ออ้างให้ไม่ต้องคบหากันอีกต่อไปด้วย ก็ดีนะไม่ต้องมาคอยปั้นหน้า ทำท่าเหมือนโอเคต่อกัน มองแง่ดี
 
เคสที่สาม พนักงานทำงานรับเงินสองที่ ทำให้เข้าว่า อ๋อ ที่ผ่านมา โทรแล้วไม่รับสาย ไม่ยอมทำงาน ตามงานไม่ได้ เพราะอย่างนี้ ทำให้หายโง่ และแง่ดี คือ ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนเธออีกต่อไป เพราะจริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้ต้องการพนักงานในตำแหน่งนี้แล้ว แต่ที่เลี้ยงไว้ เพราะเขาไม่มีความผิดอะไร จะไล่ออก ก็ดีแล้วนี่นา ที่เขาออกของเขาเอง และเราก็ไล่ออก โดยไม่ต้องใช้ชดเชยด้วย เฮ้ย ดีนี่ เป็นเรื่องดี
 
ส่วนเรื่องสุดท้าย คนที่เราปั้นมากับมือ ตัดสายสะดือให้แจ้งเกิด อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า ที่เขามาดีกับเรา เรียกเราพี่ๆ จริงแล้ว มันให้บทเรียนหมดเลยว่า "นักเขียนหน้าใหม่" ที่ฉันเคยปั้นมา ทุกคน ที่เป็นเด็ก มักจะไม่รู้จักมารยาทในการเป็นนักเขียน ทีผ่านมา เราให้ความจริงใจทุกคน แต่มีปัญหาทุกคน ปัญหาออกแนว "แอ๊บงง" ทำมึน ไม่รู้ แกล้งไม่เข้าใจ เด็กสมัยนี้เป็นอย่างนี้
 
มันสอนให้เราได้สิ่งที่ดีกว่าคือ "อย่าไปเสียเวลาเจียระไนก้อนกรวด" สำนักพิมพ์ ต่อไป จะคัดต้นฉบับ ต้องรอบคอบ เซ็นต์สัญญาป้องกันละเมิดลิขสิทธิ์ และ ฯลฯ มากมาย มันสอนเราจริงๆ
 
"เสียเล็กน้อย เพื่อเรียนรู้ ที่จะทำงานที่ใหญ่กว่าต่อไป"
 
 
 
 
ณ วันนี้ จิตใจที่ได้ฝึกมาแล้ว มันทำให้โกรธ แต่ไม่มาก... มันทำให้นิ่ง อาจไม่ใช่การอภัยให้คน แต่เป็นการปล่อยวาง ไม่ยุ่งด้วย และไม่เอาโลกภายนอก ปัจจัยภายใน สิ่งชั่วร้าย เข้ามาอยู่ในจิตใจของตัวเอง
 
ทุกวันนี้ ฉันอยู่คนเดียว กับสามีแค่สองคน เบียดเบียนสิ่งต่างๆ น้อยมาก เราอยู่ของเราดีแล้ว ถ้ามีอะไรมากระทบ แค่รับรู้ แล้วปล่อยไป อย่าเอามายึดและดึงมันเข้ามาในชีวิต เชื่อในสิ่งที่เราทำ และเชื่อว่าคนทำอะไรก็ต้องได้อย่างนั้น
 
มันเป็นแค่อีกบทเรียนหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้ว่า คบคนไม่รู้หน้า ... คนที่เรารู้จัก ตอนโตขึ้น หัวนอนปลายเท้า อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ... ต้องเผื่อใจ และระวังไว้ อยากฝากไว้เป็นประสบการณ์แก่ผู้อ่านทุกท่านว่า
 
ใครที่แกล้งทำดีกับเรามากๆ บอกว่าอยากเป็นเพื่อนกับเรา อยากโน่นนี่ อยากดีกับเรา ... มันแปลกนะ ใครที่ดีกับเราผิดปกติ มันแปลก แสดงว่าเขาหวังผลประโยชน์จากเรา คนที่เฉยๆ กับเรา นั่นแหละดี 555
 
จบอย่างนี้ซะงั้น อาเมน / อามะภันเต
 
...
 
 
 
(pic: netnapa.net)
 
 
สำหรับคนที่ล้อคลื่นชีวิตเป็น
โอนเอนตามคลื่นไปเรื่อยๆ ดูคลื่นไปเรื่อย ๆ แล้วประคองตัว 
ไม่เหนื่อยมากกับแรงต้าน  
และถ้าไม่เจอคลื่นยักษ์จริงๆ ก็คงไม่ล้ม
หรือถึงล้ม ก็ลุกขึ้นได้ เพราะแรงยังเหลือๆ 
 
แต่ถ้าใคร ชอบสู้กับคลื่น
ก็ต้องออกแรงมากหน่อย และมีสิทธิทั้งแพ้และชนะ
ถ้าคิดว่าตัวเองสู้ไหว ก็ลองมันซักตั้ง
แต่ต้องมั่นใจนะว่า แรงคลื่นนั้น...
 
"เป็นสิ่งที่เราควรต้าน ไม่ใช่สิ่งที่เราควรตาม"
 
การรู้ว่าอะไรควรต้าน อะไรควรตาม
นี่คือ คือ ปัญญา ในทางพุทธ
คือมีปัญญา พิจารณาดู รู้ ให้เห็นตามสภาพความเป็นจริง
 
"คิด" ได้ถูก
ทำให้ "ทำ" ได้ถูก
เมื่อมีปัญญา
ก็แก้ได้ทุกปัญหา
ปัญญา ทำให้ปัญหา กลายเป็นแค่แบบฝึกหัดลับสมอง 
 
:)
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
ขอให้ทุกท่านมีปัญญา และมีสติในการใช้ชีวิต
take care 
 
 
 
 
 
 
Last Updated on Wednesday, 01 September 2010 22:08

ปีแห่งการทรยศหักหลัง หลอกลวง

E-mail Print PDF

อีกแล้วสินะ... เจออีกจนได้ ในปีนี้

ถูกละเมิดลิขสิทธิเป็นเล่มๆ เลย คนทำนี่ มันกล้านะ ... 

ถามว่าเสียความรู้ไหม มันเคยแล้ว ความโกรธมาก มันก็ลดลง แต่ก็ยังรู้สึกอยู่

เขาบอกว่า อะไรเกิดขึ้นตอนวันแรกของปีใหม่ มันก็จะเกิดขึ้นอย่างนั้นทั้งปี ตอนวันปีใหม่ ถูกโกง ปีนี้ก็ถูกโกงแล้วสามครั้ง โอ้ ว่า ปีหน้าไม่เอาแล้วนะ ปีหน้า วันปีใหม่ จะเก็บตัวอยู่แต่ที่ดีๆ ทำสิ่งที่เราอยากทำ ขอให้ท่านผู้อ่านจำระลึกไว้ 

....

ใช่ ฉันถูกหลอกลวง

แต่มันเป็นแค่อีกบทเรียน ที่จะทำให้ฉันเข็มแข็งขึ้น

 

 

Last Updated on Wednesday, 01 September 2010 21:55

นักอ่านผู้อื้อฉาว

E-mail Print PDF

 
 
เมื่อไหร่ที่ได้อ่านงานเขียนของนักเขียนในดวงใจที่มีคนรักทั้งโลก... "ฉันคนนี้" มักคันคะเยอ เกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนสิ่งที่เรียกว่าวรรณกรรมกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่เคยเขียนอะไรจริงจัง มาวันนี้ จะกล่าวบทไป ลองแสดงความรู้สึกตรึงตรากับวรรณกรรมด้วยหน่อย
 
ฉันเคยผ่านช่วงเวลาที่อ่านวรรณกรรมอย่างเข้มข้น (และมีความสุข) อะไรที่ออกสู่ตลาด และอยู่ใน "สายตา"​ของคนวรรณกรรม ก็ได้อ่านหมด แต่รสนิยมและบุคลิกภายนอกที่ไม่ดูเป็นคนวรรณกรรม ซ้ำยังเหมือนคนอ่านแบบ "บ้านๆ" ทำให้ฉันไม่มีทีท่าของผู้มีรสวรรณกรรม หรือมีคอลเลคชั่นหนังสือวรรณกรรมเท่าไหร่ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า ฉันไม่ใช่พวกตระเวนไปตามงานเสวนา ใส่เสื้อยืดพิมพ์ประโยคเด็ดจากหนังสือ และไม่นิยมการยกประโยคเด็ดจากนักเขียน มาหยอกล้อทั้งในวงเหล้า วงบุหรี่ และการเขียน
 
สำหรับฉัน โลกแห่งวรรณกรรม คล้ายมีแค่เราสองคน อะไรที่ฉันชอบ ประโยคที่ซาบซึ้ง มันเป็นเรื่องที่ฉันชอบแบ่งปันกับตัวเอง
 
ด้วยความที่นิยมวรรณกรรมแบบโลกเงียบนี่เอง ทุกครั้งที่ได้ยินคนฉลาดเล่าและกล่าวขวัญ ยกย่องชมเชยถึงวรรณกรรมของโลก ฉันก็มักคิดว่าพวกเขาผลิตซ้ำรสนิยม เพื่อเลียนแบบ ทำไมใครๆ ต้องบอกหรือว่าอาทิตย์นั้นร้อนแรง การยกย่องงานดังระดับโลกก็คล้ายกับยืมมือ หรือใช้ไวน์รสดี ราดบนสเต็กเนื้อหยาบ... ของดี ไม่จำเป็นต้องยืมปากใครสรรเสริญ เพราะผู้สรรเสริญอาจกลายเป็นขโมย ในเรื่องนี้ที่ฉันคิดเอง ผู้ "เผยแพร่" ในนามของทั้งสาวกและผู้หลงใหล บางครั้งคือการอวดอ้างและหยิบยืม
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้บอกว่านักวิจารณ์ไม่ควรติในสิ่งที่ตนทำไม่ได้ ฉันจึงต้องบอกว่าไม่มีผลงานเด็ดในงานเขียนหมวดนี้ ไม่มีความสามารถในการแปล และไม่รู้วืธีซื้อลิขสิทธิ์ งานเขียนที่ฉันทำ ไม่อาจเทียบเท่ากับคำนำในหนังสือเหล่านี้ ฉันเป็นเพียงพวกเอาคำพูดของคนอื่น มาถอดเทป เกลา ทำปก และขาย นั่นแหละที่ฉันรู้ว่ามันเล็กน้่อย แต่ก็จำเป็นสำหรับชีวิต
 
ฉันจะจบบทสั้นๆ เกี่ยวกับวรรณกรรมที่ได้แตะต้องในวันนี้ว่า วงเสวนา คนวรรณกรรม คนที่ใส่เสื้อยืด และสิงสถิตอยู่ตามร้านหนังสือเท่ๆ ไม่ใช่ร้านหนังสือมือสอง พวกเขาคือนักประดิษฐ์ และบางครั้งก็จำกัดขอบเขตอย่างไม่ตั้งใจ การตั้งกลุ่มก้อน ในมุมหนึ่งก็เป็นการจับจองพื้นที่และปักปันเขตแดนไม่ให้ขยายไปในวงกว้าง แต่ก็ต้องบอกว่าพวกเขาก็น่าสรรเสริญ ที่มั่นใจและกล้าแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งยิ่งใหญ่ ฉันชอบเวลาพวกเขาพยายามวิเคราะห์สิ่งที่นักเขียนใหญ่พยายามนำเสนอ และหาจุดบอดของเล่ม ไม่ว่าพวกเขาจะเขียนวรรณกรรมหรือไม่ ดีหรือไม่ได้ ได้รับรางวัลจากการประกวดเรื่องสั้นหรือเปล่า โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าฉันกล่าวหาคนที่ทำงานวรรณกรรม นี่เพียงส่วนลึกที่ฉันคิดและเล่าออกมาอย่างจริงใจ ส่วนลึกที่ต่อจากนั้น ฉันมีมารยาทที่ดีที่จะรู้สึกดีกับพวกคุณเสมอ และฉันก็ยังรู้สึกเป็นมิตรกับพวกคุณจริงๆ
 
สำหรับผู้ติเตียนและมักอยู่ในโลกแคบผู้นี้ ยังพอใจที่จะสื่อสารอย่างเงียบๆ กับ "สาร"​ ที่วรรณกรรมเล่มโปรด เหมือนหวงของดี ฉันไม่อยากตะโกนบอกใครๆ ถึงสิ่งล้ำค่าในดินแดนที่ฉันรักและหลงใหล มันจะเป็นความลับเสมอไป สำหรับคนอื่น และนั่นแหละที่ฉันเรียกมันว่าโลกวรรณกรรม
 
 
Last Updated on Sunday, 29 August 2010 21:40

ความประทับใจ อบอุ่น คือความสุข

E-mail Print PDF

 

ขึ้นเดือนใหม่อีกแล้วสินะ สรุปแล้วเดือนกันยายน เป็นเดือนที่เงียบสงบ และได้ใช้นโยบายความสุขเรียบง่ายได้ผลดี
 
เดือนที่ผ่านมา ใช้เงินส่วนตัว ไม่ถึงหนึ่งพันบาทอีกแล้ว และวันนี้ไปใจกลางเมือง ที่มีร้านชอปปิ้งเต็มไปหมด ความรู้สึกมันเปลี่ยนไป แต่ก่อนไปแล้วตื่นเต้น มีของอยากได้เต็มไปหมด อยากเข้าร้านโน่นร้านนี้เต็มไปหมด แต่ตอนนี้มองเข้าไปดูแต่ละร้านแล้ว มีความรู้สึกว่า ไม่อยากได้มารกบ้าน เอามาแล้วไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน แผนการซื้อของเข้าบ้านประจำสัปดาห์เมื่อวานนี้ สิ่งที่ฉันซื้อ เพราะขาด หรืออยากได้จริงๆ มีแค่สำลีเช็ดหน้า ครีมนวดผม โลชั่น ... ได้สิ่งแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เพราะใช้ประโยชน์จริง
 >> อ่านต่อ คลิกได้เลย
 

(424545

Last Updated on Thursday, 02 September 2010 22:31

More Articles...

Page 1 of 103

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  3 
  •  4 
  •  5 
  •  6 
  •  7 
  •  8 
  •  9 
  •  10 
  •  Next 
  •  End 
  • »

เที่ยวยุโรปกับคนไทยในยุโรป

เที่ยวยุโรปอย่างคุ้มค่ากับคุณสไมล์ลี่คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
 
เที่ยวฮอลแลนด์ กับคุณเจี๊ยบคุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น
 
เที่ยวออสเตรียแบบโฮมสเตย์ กับคุณแอ้มทริปคุณแอ้ม จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป อยากเล่นสกี และพักโฮมสเตย์กับคนไทย ลองดูที่่นี่่ค่ะ
 
>> สนใจแลกลิงค์ ติดต่อ rinแอดnetnapa.net ค่ะ 
You are here: