Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

Blogs

เฉยไว้... สิงหาคม

E-mail Print PDF

 
ขับรถกลับบ้านทุกวัน
ขับตามตะวันตกดิน
เฝ้ามองฟ้า
เมฆทุกๆ วัน ไม่เหมือนเดิม
 
เส้นทางกลับบ้าน เส้นทางเก่า
คุ้นเคย
และเข้าใจ
 
ฟ้าไม่เหมือนเก่า
แต่กลับคุ้นเคย และเข้าใจ
 
หลายๆ ครั้ง เปลี่ยนไป
แต่ "สถานะ" และ "แก่นแท้"​ นั้นคงเดิม
 
เหมือนกับตัวตนของเรา
ผันแปรไป
แต่จริงๆ เราไม่เปลี่ยนแปลง
 
 
 
 
 
กิจกรรมที่วัดไทยในปราก 
 
 
เดือนสิงหาคมแล้วสินะ...
 
ยังไม่มีแผนการณ์ใหม่ๆ ไม่ได้คิดจะไป ลอง โวเคชั่น ต่างประเทศ แบบธรรมเนียมยุโรป บ้านเราไม่มีตรงนี้ เพราะปกติ เราทำงานกันเอง จะไปเมื่อไหร่ก็ได้ ... มันก็เลยไม่เคยได้ไปเลย ฮา
 
ชีวิตช่วงนี้ก็สนุกกับการทำกับข้าว ตอนนี้ลองทำอาหารแปลกๆ ยากๆ เช่น วันนี้ทำขนมจีนน้ำยา แบบลาว ใส่ปลาร้า แล้วก็ลองทำส่วนประสมเองมั่วๆ แล้วก็ไปซื้อกะทะแบบมีหลุม ไว้ว่าจะลองทำ "ขนมครก" กินเอง
 
 
 ส่วนวันก่อน ทำน้ำยากะทิ
ทำแบบสุ่มๆ
เอาเครื่องปั่น ปั่นปลาแซลม่อน กับพริกแกง
และส่วนประสมอื่นๆ
 
 
อันนี้ต้มเส้นขนมจีน ที่เมืองนอก มันมีสำเร็จเหมือนมาม่า
แค่เราเอามาต้ม
 
 
ส่วนเครื่องก็ผัดน้ำมัน แล้วใส่น้ำ
พอทำเสร็จแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าลืมใส่กะทิ 555
หน้าตาเลยออกมาอย่างนี้
 
 
หน้าตาออกมาอย่างนี้ ก็พอกินได้นะ
แต่ทำไม กินแล้ว ถ่ายท้องทั้งคืนเลย ก็ไม่รู้
5555
...
 
คืนก็ต้องลุ้นอยู่ว่าจะท้องเสียไหม 
กับสูตร หนมจีนน้ำยาลาว  
 
 
 
ส่วนมีตติ้งก็เล็กๆ น้อยๆ กับ เพื่อนที่สนิทกันจริงๆ วันนี้ไปกาแฟที่สตาร์บั๊ค กับน้องสะใภ้ชาวเช็กมา วันก่อนไปดินเนอร์อาหารกรีกกับเพื่อนเช็ค จากประเทศไทย และวันนี้แวะไปบ้านผู้ใหญ่ที่เมตตาเอาของฝากมาให้จากต่างประเทศ
 
ความสุขอย่างหนึ่ง คือ การอ่านนิตยสาร ของ มาร์ธา สจ๊วต ที่เกี่ยวกับการดูแล ตกแต่ง ทำความสะอาดบ้าน และอาหาร รู้สึกว่า มันมีความสุข ได้เทคนิคการดูแลบ้าน และรู้วิธีการทำอาหารแบบฝรั่งดี
 
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับการอ่านหนังสือบ้านๆ 
 
ส่วนหมวดขับรถ ก็ยังขับรถเองทุกวัน แต่ไม่เคยได้ฉายเดี่ยวเลย สามีไม่ยอม ยังเป็นห่วงอยู่ และเส้นทางที่ฉันขับก็เส้นทางเดิม ๆ จากบ้านไปที่ทำงาน จากที่ทำงานไปซุปเปอร์ ซื้อของเข้าบ้าน แล้วก็กลับบ้าน แต่ก็ "ได้ถูกถ่ายรูป" จากกล้องอัตโนมัติฐานขับรถเกินกว่ากำหนดเรียบร้อยแล้ว
 
การขับรถ ก็ถือว่าสนุกนะ ชอบรถตัวเองมากๆ เลย เพราะขับดี หนัก และขับนิ่ม เครื่องเงียบมาก และเป็นไฮบริด ทำให้เวลาขับช้าๆ เหมือนได้นั่งรถฟรี เพราะมันใช้แบตเตอรี่ที่สะสมจากการวิ่งด้วยน้ำมัน ถือว่ารักษาโลก และประหยัดน้ำมัน เครื่องสะอาดมาก ไม่เป็นมลพิษ และเครื่องเงียบมาก จนเพื่อนทักว่าทำไมไม่สตาร์ท ติดเครื่องยนต์ ต้องบอกเพื่อนว่า ติดแล้ว แต่เครื่องมันเงียบ ... สรุปก็คือ มีความสุขกับการขับรถ ขอบคุณที่สามีให้รถดีๆ ทำให้ปลอดภัย และขับง่าย
 
การขับรถ ก็ทำให้เห็นนิสัยของคนในท้องถนน.. คนเช็กนี่ใจร้อน และชอบแสดงความโมโห เจอไม้นี้ ฉันจะไม่ออกอาการ ไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่สนใจ ทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่เห็น ...
 
อีกมุมหนึ่ง เวลาฉันขับรถมะงุ้มมะงาหรา กับรถคันใหญ่ คนก็จะมองผู้หญิงเอเชียที่ขับรถราคาแพง เหมือนมองหนูตกถังข้าวสาร ... ฉันก็ไม่ได้แสดงอาการสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง... แต่แสดงความนอบน้อม ใจเย็น ของเราไป ... และพยายามขับรถให้มีมารยาทดี ถ้าไม่เป็นตรงไหน  หรือช้าเกินไป และตีวงไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยๆ ไป ไม่รีบเร่ง
 
ช่วงนี้มีความสุขกับการขับรถ และดีใจที่ขับรถเป็นซะที เหมือนได้ทักษะใหม่ในชีวิต 
 
เข้าเดือนสิงหาคมแล้ว แต่ละคนก็มีแผนการณ์ชีวิตต่างกันไป
 
ฉันยกเลิกแผนเที่ยวต่างประเทศสองทริป เพราะอยากอยู่เงียบๆ ความรู้สึกยังเหมือนเดิมคือ งานไม่ได้จดจ่อมากนัก เน้นดูแลบ้าน และสามี สลับกับการเขียนเวบ และเขียนหนังสือ ข่าวดีคือมีงานหนังสือดีๆ จ่อให้พิมพ์เยอะ และมีต้นฉบับดีๆ ที่รอให้ฉันเขียนต่อได้อย่างไม่ยากเย็นเกินไป  ถ้ามีข่าวสังคมต่างแดน ก็ส่งข่าวให้ บก. "ไทยรัฐ"​ ไปตามสมควร ในฐานะ "นักข่าวไทยรัฐในต่างแดน"​ แต่ก็ไม่ได้ active มากนัก ทำไปตามน้ำ
 
มีสื่อในไทย ขอสัมภาษณ์ ส่งคำถามมา ก็นั่งทำอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน
 
ช่วงนี้จะไม่ไปตามนาฬิกาใครเลย ตามเวลาของเราคนเดียว...​เหมือนเห็นแก่ตัวนะ  
 
ฉันไม่เคยเป็นอย่างนี้เลย ปกติเป็นไฮเปอร์และแอคทีฟมาก
 
แต่พอเป็นอย่างนี้ก็มีความสุขมากเหมือนกัน 
 
เพื่อนๆ นักข่าวเคยบอกว่า ถ้าฉันยังเป็นนักข่าวอยู่ "ฐาปนีย์ เอียดฯ" ไม่ได้เกิดแน่ เพราะฉันขยันและบ้าเลือดกว่านั้นสองเท่าครึ่ง แต่ตอนนี้ ฉันรู้สึกว่า ช่วงเป็นนักข่าวฉันขยันเกินไป จนมันกินพลังในชีวิตไปหมด
 
ช่วงนี้ไม่เหลือพลังทำอะไรเลย 
 
.... 
 
อาจเป็นเพราะในช่วงที่ดวงชะตาเหมือนจะยุ่งยาก...มรสุมเข้า
 
ฉันเลือกที่จะนิ่ง สงบ สยบความเคลื่อนไหว ด้วยการเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ทำอะไรสุ่มเสี่ยง จนถึงขั้นไม่ทำอะไร ... และอยู่อย่างเงียบๆ ง่ายๆ ใช้น้อย กินน้อย และมีเวลาให้จิตตกตะกอน เงียบๆ
 
เวลาว่างก็นั่งสมาธิ และทำงานการกุศลบ้าง ไปวัดไปวา
 
มีสมาคมของเช็ก เชิญให้ฉันเป็นกรรมการ ดูแลสมาคมเด็กที่พิการทางกล้ามเนื้อ ไม่รู้ว่าจะตอบรับหรือเปล่า ... ใจหนึ่งก็อยากทำประโยชน์ให้สังคมเช็กในนามคนไทย แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากผูกพันภาระกับอะไรเลย
 
ก็เลยบอกเขาว่า ถ้าจัดปาร์ตี้เลี้ยงเด็กก็บอกแล้วกัน จะจัดบุฟเฟ่ต์อาหารไทยไปให้
 
.... 
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ ขอให้ทุกท่านมีความสุข 
 
(406687
 
 
ชื่อเสียง เกียรติยศ
แต่ก่อน คล้ายเคยไขว่หา 
บัดนี้ อยากลืมหาย

 
ชื่อเสียง เกียรติยศ
ดูไปคล้ายเงา
ไม่มีทางแนบเดียวกับกาย
 
ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ไม่ยืนยง
จับต้องจริงๆ ไม่ได้
มองเห็น แต่ไม่เคยสัมผัสจริงจัง
 
ชื่อเสียง คล้ายของเล่น
เกียรติยศ ดั่ง "ครั้งหนึ่ง"
คนอื่น ลืมเลือนไปแล้ว
เจ้าตัวยังจำติด
 
ไม่มีชื่อ ไม่มีเสียง ไม่มีเกียรติยศ
เป็นตัวของตัวเอง
ผู้คนมอง...ไม่ผ่านม่านมัว 
 

 
ทุกๆ สิ่ง
มี "ไม่เป็นไร" คือ คำตอบ
 
 
Last Updated on Wednesday, 04 August 2010 22:26

กรกฎาคม เดือนแห่งความสุข

E-mail Print PDF

 
~ ~  สิ่งที่เราลืมคิดคือ
บางครั้ง เงินเป็นตัวที่ทำลายเรา
ทำร้ายความสุขของเรา ~  ~ 
ฉันเอง
 
 
 

 
 
 
ทำผัดพริกหยวก กินเอง ครั้งแรก!?!
หน้าตาเป็นเยี่ยงนี้ ดูดีมะ 
 
 
 
เมื่อวานผ่านทุ่งทานตะวัน
มันหันหน้าหนี ซะงั้น
 
 
พี่ต้น มาเที่ยวปราก เมื่อก.ค. ต้นเดือน
(ขอบคุณภาพ facebook พี่ต้นจ้ะ) 
 
 
ภาพสองสาว ที่สวยกินกันไม่ลง
(ขอบคุณภาพ facebook พี่ต้นจ้ะ)  
 
 
หัดวาดการ์ตูน ด้วยปากกาคอม
ความสุขหนึ่ง
 
 
เผลอแป๊บเดียว นี่เดือนสิงหาคมแล้วหรือนี่ ยังไม่ทันได้ทำอะไร ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว จะหมดปีอีกแล้ว 
 
ช่วงนี้ ฉันยังดำเนินนโยบาย "ทำตัวเป็นศพ" คือ นอนนิ่งๆ ไม่ทำอะไร ไม่ได้ดิ้นรนทำงาน ทำโปรเจ็คต่างๆ ดังคำทำนายของหมอดูที่ว่า "ปีนี้ทำไปไม่คุ้มเสีย เหนื่อยเปล่า ได้ไม่คุ้มเหนื่อย" ก็เลยไม่ค่อยกระตือรือร้นทำงานเท่าไหร่ ตะแล่ดแต่ดแต๋ไปเรื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จหรือ "การแก้เกม" ของฉัน ในเมื่อไม่ทำงานหารายได้ ก็หันมาใช้นโยบาย "ใช้น้อย กินน้อย" หรือไม่ใช่เงิน และพักผ่อน เล่นให้เยอะๆ หาความสุขในด้านอื่นแทน
 
ความพยายามในการทำชีวิตให้มันดีของฉัน ก้าวหน้ากว่าการพยายามทุกๆ ครั้ง เพราะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่า ฉันใช้เงินสด ไม่ถึง "หนึ่งพันบาท" อ่านว่า "หนึ่งพันบาท" และหนึ่งพันบาทนี้ก็ไม่ได้เพื่อตัวเอง แต่เพื่อกินข้าวกับเพื่อน และเพื่อซื้อของให้คนอื่น ดังนั้น ถ้าว่าเป็นการส่วนตัวแล้ว ฉันไม่ได้ใช้เงินสักบาท
 
และก็มีความสุขด้วย
 
ฉันทำได้อย่างไร...
 
แม๊ พูดเหมือนรายการทีวี "ฉันทำได้อย่างไร"
 
มันก็หลายๆ อย่างรวมกัน นั่นคือ พยายามมองคุณค่าของชีวิตและความสุขในมุมมองใหม่ที่ไม่ต้องใช้เงิน เพราะขณะที่เราไม่ใช่เงิน เราจะทำลายตัวเองให้จมอยู่กับความทุกข์ก็ไม่ได้ ต้องมองเป็นความท้าทายความสามารถให้เรามีความสุขได้แม้ไม่ต้องอาศัยการจับจ่าย
 
เดือนที่ผ่านมา ขนาดเป็นวันเกิดคุณชาย ฉันก็ไม่เสียเงินซื้อของขวัญสักบาท กระดาษห่อของขวัญ ก็ไม่ซื้อ เอากระดาษมาเขียนลายเอง โบว์ก็หาเอาในบ้าน ประยุกต์เอา ส่วนของขวัญวันเกิด ก็เอาเสื้อเชิ๊ตใหม่ที่ไม่เคยใส่และมีอยู่แล้วในบ้าน มาปักลายรูปหัวใจแห่งความรัก 99 ดวง ให้คุณชายเป็นของขวัญวันเกิด ปลื้มซะไม่มี
 
การจัดปาร์ตี้วันเกิด ใช้นโยบาย "เรียบง่าย แต่ใช้ได้จริง" คือ ไม่ได้ทำหรูหรา ของกินเวอร์เลย แต่เป็นของกินง่ายๆ ที่เราซื้อมาสต๊อคในตู้เย็นนานแล้ว แต่ไม่กินสักที เอามาใช้ คือ ทอดมันปลา ขนมปังหน้าหมู และผัดซีอิ้ว ทุกคนก็ชอบกัน ก็เลยผ่าน
 
ทุกๆ วัน ในเดือนกรกฎาคม เป็นความท้าทายของฉัน อดใจไม่วิ่งไปร้านเสื้อผ้า หนังสือ ของจุกจิก เพื่อลองใส่ เพื่อหยิบจับ และคำนวณว่าอะไรคุ้มแก่การซื้อ และมีความสุขที่ได้หอบหิ้วกลับบ้าน
 
แต่ฉันหันความสนใจมาที่สามีและบ้านแทน เมื่อวันก่อน ห้องทำงานที่รกของคุณชาย ไม่มีแม่บ้านคนไหนจัดการให้เรียบร้อยได้มาหลายปีแล้ว  ห้องทำงานกลายเป็นแดนสนทยาที่ไม่มีใครกล้าแตะ ฉันใช้เวลาสองวัน ได้ทำให้มันเรียบร้อย และเซอร์ไพรส์คุณชาย ด้วยห้องทำงานที่เอี่ยมอ่อง พร้อมแจกันดอกไม้ 
 
ฉันเรียนรู้วิธีใช้ เครื่องดูดฝุ่น และมีความสุขที่ได้ดูดฝุ่นตามซอกบ้าน ซื้อกรรไกรตัดหญ้า มาตัดหญ้าส่วนที่เด็กมาทำใช้เครื่องแล้ว ยังไม่เรียบ
 
เวลาว่างก็ชวนสามีเล่นปิงปองที่บ้าน และตอนนี้กำลังหัดพิลาติส ...
 
การเก็บกวาดบ้านเล็กๆ น้อยๆ ทุกๆ วัน ทำให้ตอนนี้บ้านฉันสะอาด น่าอยู่ ฉันไม่ค่อยไปมีตติ้งนอกบ้านบ่อยนักถ้าไม่จำเป็น เพราะมันทำให้เสียเวลา เหนื่อย และมองสังคมในมุมมองแบบใหม่ เวลาอยู่บ้านก็หันมาชอบปปิ้งในบ้านแทน พบสมบัติ และของใช้น่าใช้เยอะมากๆ แว่นตาแบรนด์เนมทั้งหลายของคุณชาย และของใครก็ไม่รู้ตั้งหลายอัน ไม่ต้องไปซื้อ แถมยังเจอของขวัญที่ึคุณชายซื้อให้ฉัน แต่ลืมให้อีกต่างหาก การชอปปิ้งในบ้านให้ความสุข ได้ใช้ของให้คุ้มค่า และบ้านเป็นระเบียบ
 
ฉันภูมิใจจังที่ได้เล่าเรื่องนี้ให้พวกคุณฟัง
 
วันเสาร์ที่ผ่านมา เราไม่ได้ไปไหน ฉันชวนคุณชายเที่ยวที่บ้านตัวเอง เรานอนเล่น และฉันได้เห็นภาพ คุณชายนอนที่ห้องนั่งเล่น และอ่านหนังสือ ... เป็นครั้งแรกในรอบห้าปีเลยที่เห็นคุณชายอ่านหนังสือ ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ เพราะฉันเก็บคอมพิวเตอร์ไปไว้ที่ห้องทำงาน แถมหนังสือที่คุณชายอ่านยังเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ ที่ฉันซื้อมาดูภาพ แล้ววางไว้บนโต๊ะ คุณชายเห็นก็หยิบมาอ่านดู
 
ฉันไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์มันไม่ดี แต่การอ่านหนังสือ ช่วยฝึกสมาธิ และผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมช้าๆ ที่ฉันคิดว่ามันช่วยเรื่องจิตใจได้มาก ...
 
วันนั้นตอนค่ำ ฉันบ่นว่าอยากดูหนังทไวฟ์ไลท์ คุณชายก็พาไปดูตอนสามทุ่ม คืนนั้น เราขับรถออกจากบ้านตอนเย็น แล้วขับรถกลับตอนเที่ยงคืน คืนมืด และเป็นครั้งแรกที่ฉันขับรถในเมืองนอกตอนมืดๆ บรรยากาศมันโรแมนติกมาก
 
... ที่ผ่านมา ฉันหลงมีความสุขกับความสุขจากการใช้เงิน ซึ่งให้ความสุขทางวัตถุเพียงชั่วคราว เดี๋ยวหมดไป ก็ต้องหาใหม่อีก .. เป็นความสุขบนความโลภ และความอยาก ...
 
แต่ตอนนี้ พยายามหาความสุข จากการหยุดความอยาก เพื่อได้อยู่กับตัวเอง และคนที่เรารัก ความสุขจากการเอาใจใส่คนที่เรารัก และบ้าน ความสัมพันธ์ ซึ่งเงินซื้อไม่ได้
 
อะไรให้ความสุขมากกว่ากัน คนที่ได้เจอทั้งสองแบบแล้ว จะเข้าใจมันได้
 
เมื่อเจอวิกฤตทุกครั้ง มันคือการให้โอกาสเราปรับตัว และได้ค้นหาคำตอบว่าอะไรที่ใช่กับชีวิต และอะไรที่ไม่ใช่ การที่ฉันได้เจอคนมาโกงเงินฉัน ด้วยกลโกงอย่างมืออาชีพ และทำให้ฉันต้องขึ้นโรงพัก เพราะถูกอีก "คนๆ นั้น" ใส่ความหาว่าฉันโกง โดยที่เพื่อนสมัยประถม ที่ฉันคิดว่ารู้จักฉันเป็นอย่างดี ก็ร่วมกันมีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วย
 
มันไม่ได้ทำให้ฉันท้อถอยที่จะมีความสุขกับชีวิต ฉันหันมาตั้งหลักใหม่ และมองชีวิตในมุมใหม่ เมื่อได้เจอการทรยศหักหลัง ... ฉันน่ะโกงใครไม่เป็นหรอก มีแต่ "พวกมึง" แหละที่โกง ... 
 
แล้วเป็นไง ชีวิตของพวกเขา ฉันก็อยากรู้ว่า ตอนนี้ชีวิตเขามีความสุขไหม
 
สำหรับฉัน ฉันบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่า ฉันมีความสุข
 
 
 
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ 
 

 
 
 
Last Updated on Monday, 02 August 2010 12:36

ความสุขของ "ปลิง"

E-mail Print PDF


 

 

เวลาว่างของแม่บ้านทอปฟอร์ม คือ การยืดเส้นสาย เพื่อสุขภาพเช่นนี้ 

และท่านี้

ช่วงนี้เห็นท่ากายบริหารที่ไหน ต้องเก็บไว้ มาลองทำ

ความสุขจากการยืดเส้นยืดสาย มันมีนะ ... ดีด้วย 

เอามาฝากอีกชุด ลองทำดู

มีความสุขมาก 

 

ชั้นหายไปหลายวัน ใช่... หายตัวไปกลายเป็น "ปลิง" เกาะสามี ตั้งแต่นอนหลับ จนถึงนอนหลับอีกครั้ง เขาอยู่ไหน ชั้นไปด้วย ไม่ใช่หึงหวง แต่ลองห่วงดู... ลองหัดติดแฟนดู

การทดลองพบว่า นอกจากจะไม่ติดแฟนแล้ว หลังแฟนนอนหลับ ยังดี๊ด๊า ...​กลับทำให้แฟนติดชั้นมากกว่าเก่าอีก ... ไม่ได้มีเวลาเปิดคอมเลยชั้น วันนี้ขอสามีไม่ไปทำงาน และธุระด้วย สามีก็บอกว่า ไม่เป็นไร อยากไปด้วยก็ได้นะ (ชั้น บอก ว่า ชั้น ไม่ ไป)

สองวันที่ผ่านมา เป็นวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ที่วัดไทยในปรากมีงานบุญ ชั้นก็ใส่ชุดขาวเตรียมไปวัดไปวา ปรากฏได้แว่บไปนิดหน่อย ก็ต้องติดสอยคุณสามี เพราะว่าสามีก็ยุ่ง ช่วงนี้เราต้องให้เขาสำคัญกว่าเรา ของเราเอาไว้ทีหลัง

ปลิง ยังน้อยไป มีอะไรที่มันเหมือนเงาสิงเข้าไปในร่างไหม สี่วันที่ผ่านมา มันเป็นเช่นนั้น

....

 

มื้อเช้าของแม่บ้าน กับสามี ที่สตาร์บั๊ค

 

ถ้าเป็นที่บ้านของตัวเอง จะเป็นอย่างนี้

รีบกิน ก่อนสามีตื่น

 

หัดทำแพนเค้กเอง ครั้งแรก

ให้สต๊าฟที่มาทำงานที่บ้าน ลอง

แบบว่าเขามาทำงานตั้งหลายวัน ทำอะไรให้เขากินไม่เป็นเลย

เลยลองง่ายๆ แบบนี้ดู 

 

 

ดังนี้แล้ว ชีวิตช่วงนี้ก็หาได้มีไรไม่ ไม่ได้เช็คคอม ไม่ได้ตอบเมล์ และก็ไม่ได้มีเวลาอัพบลอก

ดูแลสามีอย่างเดียวเลยชั้น เป็น "แม่บ้านท็อปฟอร์ม" มากช่วงนี้ เป็นที่สะใจของสหายสนิท เพราะที่ผ่านมา ลอยชาย ลอยตัว และไม่ได้อินังขังขอบกับบ้านและสามี

มาดูสูตรการดูแลสามีของชั้น 

เริ่มจากตื่นก่อนทั่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ให้ข้าวหมา เก็บขี้หมา ทิ้งขยะ ล้างห้องน้ำ ฯลฯ สามีตื่น ก็เสิร์ฟทันที น้ำหนึ่งแก้ว เพื่อปรับสมดุลเมตาบอลึซึ่ม ช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ และปรับสมดุลต่างๆ ในร่างกาย

เนื่องจากเรานอนนานหลายชั่วโมง ร่างกายขาดน้ำไปช่วยในการลำเลียงเซลล์ และกระบวนการต่างๆ ตื่นเช้ามา ต้อง "น้ำบำบัด" ทันที ก่อนนอนก็แบบเดียวกัน ต้องดื่มน้ำหนึ่งแก้ว

จากนั้น เป็น "กาแฟ" ที่ทำจากกาแฟสตาร์บั๊ค ชนิดไม่มีคาเฟอีน สามารถซื้อได้ที่สตาร์บั๊ค ตามต่อด้วยน้ำมะเขือเทศปั่น แยกกาก และตกแต่งใส่แก้วเหมือนคอคเทล

สามีเช็คเมล์เสร็จ ได้เวลาจรลีไปอาบน้ำ ดิฉันมีหน้าที่คอยพาเธอไปชั่งน้ำหนัก แล้วพิจารณาเกณฑ์น้ำหนัก เพื่อเลือกมวลสารอาหารที่เหมาะแก่การไดเอ็ท 

คุณสามีอาบน้ำเสร็จ อิชั้นไปหยิบกุงเกงลิง กับถุงเท้า ปลิ้นด้านที่พร้อมใส่ออกมาให้เรียบร้อย

เมื่อคุณเธอแต่งตัวเสร็จ ห้ามลืมชมว่า "หล่อมาก" และ "พุงไม่มีเลย" จะแถมด้วยว่า "เธอผอมลง" ก็ได้

ในโหมดส่วนตัว ห้ามหัวเราะ ที่เห็นสามีใส่กางเกงเอวสูง ... เพราะนั่นคือความภูมิใจของเอกบุุรุษ ที่ได้โชว์ความไม่มีพุง (กว่าจะมีวันนี้), และนัยว่า ใส่แบบนั้นแล้วมันสบายพุง

จากนั้น รองเท้าที่ขัดมันเรียบร้อยแล้วของคุณชาย เตรียมอยู่หน้าบ้าน ดิฉันก็จะแต่งองค์ทรงเครื่อง ให้มันน่าดู จะเละเทะไร้คอนเซ็ปต์เช่นเดิมไม่ได้ แม่บ้านทอปฟอร์มต้องแต่งตัวดี พักนี้มีการชโลมน้ำมันมะพร้าวทั้งตัว เพื่อให้ผิวเนียน โกนขนหน้าแข็ง และทาเล็บด้วย (แม่เจ้าประคุณ) เพราะแม่บ้าน มีลักษณะคล้ายแมว ที่ได้รับการถูลูบคลำได้เสมอ ดังนั้น ผิวด่างไม่เป็นไร ต้องเนียบเรียบเสมอไว้จะดีเอง

ถึงเวลาขึ้นรถ แม่บ้านไปประจำยังที่คนขับ พาคุณชายขับรถไปถึงออฟฟิศ ระหว่างทาง ถ้ารถติดหรืออยู่เงียบๆ ในรถ ก็ต้องหาเรื่อง "เทศน์ธรรมะๆ " ต่างๆ ให้สามีต่างแดนได้เข้าใจพุทธศาสตร์มากขึ้น จะได้นำไปปรับใช้กับชีวิตและการทำงาน (สาธุ)

เมื่อไปถึงออฟฟิศ คุณชายทำงาน อีแม่บ้านก็นั่งเล่นที่ห้องประชุม มีเครื่องออกกำลังกาย ก็ไปยืนให้มันสั่นๆ เพื่อให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ... ได้เวลากลับบ้านแล้วเย้

แม่บ้านขับรถให้คุณชายกลับบ้าน แวะเติมน้ำมัน และซื้อของเข้าบ้าน อย่าได้เว้าวอนหาเรื่องให้ไปชอปปิ้งของตัวเองเด็ดขาด ผู้ชายไม่ชอบ อยากได้อะไร ขอเป็นอย่างๆ ซื้อ แล้วออกทันที ต้องคิดถึงสามีมากกว่าตัวเองช่วงนี้

เวลาเดินก็ต้องจูงมือ ยิ้มให้ และพูดแต่สิ่งดีๆ  

เมื่อถึงบ้าน อย่าเพิ่งทำอะไร รีบตั้งหม้อทำซุปก่อน เดี๋ยวจะไม่ทันใจ จากนั้น เสริฟ์น้ำมะเขือเทศแยกกากกาก ตามด้วยสลัด และซุปผักใส่แซลมอน

ครบคอร์ส คุณชายอิ่มแปล้ แม่บ้านยังไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เพราะคุณชายจะนอนดูทีวี ถึงตอนนี้ ต้องรีบไปนอนข้างๆ แล้วเม้าท์มอย หามุกตลกๆ มาเล่าให้เธอฟัง โดยมุกต่างๆ ก็หาเอาในหนังสือ มืออาชีพมั่กๆ

คุณชายหลับแล้ว ค่อยมีเวลามาผัดผัก และทำกับข้าวกินเอง เสร็จเรียบร้อย คุณชายยังหลับอยู่ ชั้นก็จะปิดไฟทั้งบ้าน ทีวีด้วย แล้วนั่งสมาธิในความมืดที่ห้องนั้นแหละ

ได้เวลาราวเที่ยงคืน คุณชายขยับตัว ก็จะออกจากสมาธิ แล้วบอกเธอว่า ให้ขึ้นไปนอนบนห้องนอนได้แล้ว

เข้านอนปุ๊บ ตื่นมา ก็เป็นแบบเก่าอีก ถ้าวันไหนมีไปโรงพยาบาลเช็คสุขภาพ ประชุมต่างๆ เธอก็จะติดสอยฉันไปด้วย ไม่หวั่นแม้วันมีตติ้งมาก 

นี่คือ ชีวิตแม่บ้านคนหนึ่ง ... แม่บ้านต่างแดน อยากบันทึกไว้เผื่อในวันขี้เกียจ จะได้กลับมาอ่าน และรู้ว่าวันที่ท็อปฟอร์มนั้น เราทำได้ดีขนาดไหน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ 

...

 

ไม่ว่าจะทำอะไร

ที่บอกว่า "ทำให้ดีที่สุด"

จริงๆ แล้ว ก็คือ มีสติ, ทำทีละอย่างในสิ่งที่ทำ

และ "ใส่ใจ" ลงไปในสิ่งที่ทำ  

...

"ใส่ใจ" คือ "ความรัก" 

 

อันนี้คุณชาย ทำให้ทาน

 

ปกติไม่ชอบกินพวกนี้

แต่คุณเธอทำอร่อยมากๆ

เป็น "พ่อบ้านทอปฟอร์ม" กว่าชั้นอีกเนี่ย T_T  

อะไรคือสักขีพยานแห่งความรัก

E-mail Print PDF
User Rating: / 1
PoorBest 

 

(ขอบคุณภาพถ่ายจากกล้องน้องอ้วนค่ะ)

 
วันก่อน ไปงานแต่งงาน
บังเอิญได้เป็นสักขีพยานแห่งความรัก
สองคนรักกัน ต้องมีพยาน
ฉันเซ็นต์ชื่อเห็นด้วย
 
​ฉันเซ็นในความเงียบ
ตวัดปากกาด้วยความยินดี
หัวใจพลอยซาบซึ้งไปด้วย
ขณะที่สมองก็คำนวณ
 
"ความรักมันทำให้คนอ่อนแอ"
อยากเข้มแข็งตลอดกาล จงอย่ารักใคร
หากอยากอยู่กับความจริง จงรักใครสักคน
ยิ้มให้เขา และร้องไห้ให้เขา
ลืมความจำเป็น แล้วรักด้วยหัวใจ
 
ฉันเป็นสักขีพยานให้ความรัก
เห็นความรักยิ้ม
เห็นฟ้าส่องลงมาด้วยเมฆขาว
ฉันรู้ว่าเมื่อเรารักใคร บางครั้งไม่ใช่แค่รัก
ก็คือเสียสละ และเฉือนเนื้อตัวเอง
นอกจาก "ได้รัก" แล้ว เราต้องสูญเสียอะไรอีกมาก
รวมถึง "การเป็นตัวของตัวเอง"
 
ฉันเป็นสักขีพยานให้ความรักของเธอ
ฉันเป็นพยานด้วยความรักของฉัน
ว่าฉันก็รัก
และฉันเคยเจ็บ
ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องแสร้งยิ้ม แต่ก็มีความสุขจริงๆ
เมืิ่อได้รักใคร และเมื่อใครรักเรา
 
ความรักจงเป็นพยาน
ว่าสองคนรักกัน
มีความรักเป็นพยาน 

 
 
 
 
 
 
Last Updated on Friday, 30 July 2010 13:58

ความสุขจากการ...อยากอยู่เงียบๆ คนเดียว

E-mail Print PDF


 

ใครหนอ ตีค่า ดอกหญ้า ว่าไม่คู่ควรแก่แจกัน

ฉันเด็ดเธอ มาประดับไว้

เธออ่อนไหว ลู่เอน และอ่อนหวาน

ซ้ำยังยืนหยัด อยู่ยาว จนคนเก็บมา แปลกใจ


ถึงเป็นดอกหญ้า ก็มีค่าควรแก่การมอง

แม้ค่าต่ำต้อย แต่ก็ชมได้เหมือนกุหลาบแย้ม


เธอเป็นดอกหญ้าที่ฉันรัก

เหมือนดาวพราวฟ้า

ฉันยินดีที่ค้นพบเธอ...จากริมทาง สู่บ้านอันอบอุ่น 

 

นี่คือ ดอกฝิ่น ที่บานสะพรั่ง

ก่อนไม่เคยเชยชม

ปล่อยความงามว่างเปล่า..

เมื่อรู้จักมอง จึงเห็น

ที่ไม่เห็น ก็เพราะไม่มอง

 

ถ่ายภาพกับฉากงามในโลก

เราคือสิ่งมีชีวิตหนึ่ง บนโลกใบใหญ่

กอบเก็บความทรงจำได้เพียงกำมือ

หนึ่งหัวใจ และสมอง ไม่พอบรรจุ

โลกมีฉากงามมากนัก สองตารีบมอง..ให้เห็น 

 

 

เคยได้อ่านบทกวีของกวีหญิงอเมริกันบทหนึ่ง จำบทอังกฤษไม่ได้ แต่จำความหมายภาษาไทยได้ดี ... กวีบรรยายถึงโมเมนต์ที่ได้นั่งเงียบๆ คนเดียวในห้องครัว โมเมนต์ของการเป็นแม่บ้านที่สะสางงานประจำวัน ธุระทุกสิ่งอย่างของแม่ผัว ผัว และลูกเต้า เรียบร้อยหมดแล้ว ขณะที่ใครๆ ต่างเข้านอน หรือช่วงบ่ายวัน ที่ทุกคนออกจากบ้านไปทำกิจวัตรประจำวัน แม่ผัวก็งีบหลับกลางวัน... นั่นคือโมเมนต์ที่เธอได้ปลีกวิเวกอยู่คนเดียวบ้าง อะไรบ้าง นั่งพักให้หายเหนื่อย คำนึงถึงคืนวัน และอยู่คนเดียวเงียบๆ เป็นส่วนตัว

นั่นคือโมเมนต์ที่เธอได้พัก และเป็นตัวของตัวเองจริงๆ ไม่มีลูก ผัว กวนใจ ...

กวีบทนั้น เป็นกวีของแม่บ้านที่ฉันชอบ

โมเมนต์นั้นคงจะถูกใจใครหลายๆ คน ... การได้อยู่คนเดียว เงียบๆ สะสางธุระปะปังต่างๆ เรียบร้อย และไม่มีใครมายุ่งกับเรา ...

เมื่อคืนก่อน หลังจากอยู่กับสามีทั้งวันตลอดเวลา เกาะติดเป็นปลิง โดยที่สามีก็ไม่ได้มีทีท่าเบื่อ จนฉันเองชักจะเบื่อตัวเอง หลังจากพาสามีเข้านอน ปกติช่วงนี้จะเข้านอนเวลาเดียวกันตลอด แต่คืนนั้นก็ส่งสามีเข้านอน แล้วบอกว่าจะนั่งทำงานต่อ ...

สามีหลับเท่านั้นแหละ

ร่าเริงเลยทันที

เข้าห้องน้ำ เก็บห้องน้ำเล่น แล้วปิดไฟ จุดเทียน อยู่คนเดียวเงียบๆ ค่ำคืนสงบ ไม่มีใครโทรหาแน่นอน ทุกคนหลับใหล สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แม้แต่ดาวยังหลับ แต่อิฉันตื่น

ลุกขึ้นมาทำอะไรส่วนตัว นั่นคือ ทาเล็บ! ใส่วิตามินบำรุงเล็บ

ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เงียบคนเดียว ก็มีความสุขได้นะ

สุขเบาๆ ก็เป็นความสุขที่เราซาบซึ้งได้

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ

ที่ได้ทาเล็บเงียบๆ คนเดียว

ชอบโว้ย :)  

Last Updated on Friday, 23 July 2010 11:19

More Articles...

Page 5 of 103

เที่ยวยุโรปกับคนไทยในยุโรป

เที่ยวยุโรปอย่างคุ้มค่ากับคุณสไมล์ลี่คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
 
เที่ยวฮอลแลนด์ กับคุณเจี๊ยบคุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น
 
เที่ยวออสเตรียแบบโฮมสเตย์ กับคุณแอ้มทริปคุณแอ้ม จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป อยากเล่นสกี และพักโฮมสเตย์กับคนไทย ลองดูที่่นี่่ค่ะ
 
>> สนใจแลกลิงค์ ติดต่อ rinแอดnetnapa.net ค่ะ 
You are here: