Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

Blogs

อยู่บ้าน...นอก (ตอน 6 หรือ 7 หรือ 8 นี่ล่ะ) ธุระเยอะ

E-mail Print PDF

 

 

 

ห้างกลางแจ้ง แหล่งชอปปิ้งสนุก

 

 

 
ลั๊นซ์ กลางตลาดนัด  

 

 

 
 
จิ๊กจกที่หน้าต่างห้องนอน เหมือนมีสองหัวเลย
หรือคุณว่าไง ? 
 

 

สัมภาษณ์ฉัน ใน "รายการคนไทยในต่างแดน" ออกอากาศแล้ว  แต่ก็ยังไม่ได้เห็นตัวเองในทีวีตามเคย

 

ส่วนชีวิตช่วงนี้ น้องสาว เพื่อน แม่ และญาติๆ หลายๆ คน ต่างใส่ "ยีนส์" ที่ฉันให้เป็นของขวัญ เพื่อนโทรมาบอกว่ากำลังใส่นะ สวยด้วย  แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว สักครั้งที่ได้ซื้อยีนส์แจกชาวบ้าน 50 ตัว 

 

เมื่อวานนี้ ชีวิตของสามสาว ที่ไม่ได้ทำงานประจำ แม่ของเราที่ปลดเกษียณแล้ว มีเงินเดือนจากเงินที่ลูกๆ ทุกคนช่วยกันส่งให้ น้องสาว ผู้กำลังทำปริญญาเอก ที่อังกฤษ ปีสุดท้าย และฉัน แม่บ้านฝรั่ง เราสามคนขับรถออกแต่เช้า เพื่อไปทำธุระต่างๆ

 

ตอนนี้ ฉันขับรถเป็นแล้ว หน้าที่ "สารถีจึงเป็นของฉัน ผู้เพิ่งเริ่มขับรถขึ้นถนนใหญ่มาได้สองอาทิตย์ ... ก่อนหน้าที่ฉันจะขับรถเป็นตั้งแต่พ่อของพวกเราท่านไปอยู่บนสวรรค์ พวกเราก็ต้องใช้พาหนะคือ มอไซต์ หรือไม่ก็รถสองแถว เป็นสรณะ ตอนนี้เมื่อฉันขับรถเป็นแล้ว การที่เราสามสาวได้อยู่ในรถเดียวกัน ดูแลกันไป ร่วมกันไปธุระในเมือง จึงเป็นเรื่อง "ก้าวผ่านอีกขั้นของชีวิต

 

คนที่ยังอยู่ในโลก ก็ต้องอยู่กันไป ดูแลกันไป ...

 

เริ่มต้นธุระของบ้านนอกแต่เช้า คือ พาแม่ไปแจกการ์ดแต่งงานของน้องสาวอีกคน แล้วก็วนรถไปรถส่งน้องสาวไปไปรษณีย์ ไปเบิกค่าทำฟันของแม่ แล้วก็วนรถไปรับแม่อีกรอบ ไปแจกการ์ด  ไปศูนย์โอท็อป อุบล  จากนั้นไปเติมน้ำมัน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉัน หัดเติมยางรถยนต์เอง โดยการเดินไปถามคนที่เขาเติมยางอยู่ และไปถามคนที่ปั๊มต่อ คนในปั๊มมองดูอาการเติมยางรถของฉัน อย่างไม่วางตา ... แต่ฉันก็ค่อยๆ เติมลมไปทีละล้อ และกลับมาเติมอีกทุกล้อ จนมั่นใจว่ามันน่าจะใช่ เติมแบบนี้แหละ  

 

เทคนิคการเติมยางลมอัตโนมัติ

 

  • ตั้งเครื่องที่ 35 รถยนต์ใช้ 35
  • หากว่าไม่บรรทุกของหนัก ทุกล้อใส่เท่ากัน 35
  • เปิดจุกยาง แล้วกดสายฉีด เครื่องจะแจ้งเมื่อเติมลมเต็มตามที่ตั้งเลขไว้
  • ปิดจุกยางให้สนิท 

 

แล้วเราก็ไปเดินตลาดนัดที่วัดสารพัดนึก มีเสื้อผ้ามากมาย จากชอปปิ้งห้างติดแอร์ มาอยู่บ้านนอก ก็ต้องเดินตลาดนัด ความสนุกในการเดินตลาดนัด คือ หาของสวยๆ ในราคาที่ถูก แล้วฉันก็ได้ผ้าสวย ขีดละยี่สิบบาท และสร้อยปัก เอามาดีไซน์ ทำชุดราตรีสำหรับไปงาน ราคาไม่ถึงร้อยบาทเลย นี่ละความสนุกของตลาดนัด

 

นั่งกินขนมจีนยาป่า ตำกล้วย และตำป่า อร่อยใช้ได้ แล้วก็ไปต่อ ที่ "บิ๊กซีเรียกได้ว่าวันเดียว เราไปหลายที่มาก ที่นี่ฉันไปดูกล้องแคนนอนรุ่นใหม่ ที่คุณชายอนุมัติให้ซื้อเรียบร้อยแล้ว เพราะถ่ายวีดีโอได้ด้วย ฉันอยากหัดทำหนังสั้น แสดงเรื่องราวของคนไทยในเมืองนอก ส่งประกวดงานที่ยุโรป เผื่อจะได้สร้างชื่อเสียงให้คนไทยบ้าง โฮะ โฮะ โฮะ

 

วันก่อนๆๆ  "ตั๊ดนักเขียนอะเดย์ เอาหนังสั้น ที่ทำที่อังกฤษ มาให้ฉันดู โอ๊ววว ก็ดีนะ ดูแล้วอยากทำบ้าง

 

ที่บิ๊กซี นอกจากฉันดูกล้องแล้ว น้องสาว ก็ซื้อ "เครื่องซักผ้าให้แม่ใหม่ เสร็จสรรพเรียบร้อย เราก็ไปกินข้าวที่บ้านป้า ซึ้งจัดโต๊ะใหญ่ อาหารการกินเต็มโต๊ะไว้ต้อนรับ ครึกครื้นอบอุ่นยิ่ง

 

เสร็จจากนั้น ไปร้านตัดเสื้อ ฉันอธิบายแบบเสื้อให้ช่าง ช่างชมว่าแบบเสื้อสวย ผ้าสวยมาก อยากเห็นตอนที่ตัดเสร็จแล้วจัง แล้วจะเอามาให้ดูนะ

 

เสร็จภารกิจแค่หนึ่งวันของเมื่อวาน กลับมาถึงบ้าน อ่านหนังสืิอธรรมะ แล้วนอน จบภารกิจในบ้านนอกที่ไปหลายที่มากๆ แต่ก็สนุกดี

 

ส่วนวันนี้ ตื่นมาไม่ไปไหน เก็บกวาดบ้าน สำหรับเตรียมจัดงานแต่งงาน แล้วก็รื้อตู้เสื้อผ้าออกมา พบเสื้อผ้าสวยๆ เต็มเลย (ราวสองร้อยตัวได้เลย โห) กลายเป็นว่าเสื้อผ้าที่เราไม่ใส่สักสามสี่ปี จนลืมไปแล้ว กลับมาดูอีกครั้ง ก็กลายเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่ได้เหมือนกัน ชอปในบ้านตัวเองนี่แหละ 

 

ชีวิตบ้านนอก ก็เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ไปธุระในเมือง ก็อยู่บ้าน เก็บกวาดบ้าน เพราะบ้านมีพื้นที่มาก ไหนจะสวน ไหนจะในบ้าน แล้วฝุ่นก็เยอะ ไม่ได้ว่างเท่าไหร่

 

ตกเย็น คุณชายโทรมา  เลยเล่าเรื่องที่วันนี้ต้องขับรถไปธุระทั้งวัน สามีหัวเราะแล้วบอกว่าจำได้ไหม ตอนอยู่เช็ก คุณชายก็ต้องขับรถให้ฉันไปโน่นนี่ทั้งวัน เพราะเวลาอออกจากบ้านที ก็จะรวบธุระให้หมดเลย จำได้ไหมกลับบ้านมา คุณชายเหนื่อยเหมือนกัน ... ก็เลยหาคนขับรถให้ฉัน เพราะถ้าวันๆ มัวแต่ขับรถให้ฉัน ก็ไม่ได้ทำงานพอดี ... เลยถึงบางอ้อ

 

นอกจากนี้  คุณชายยังแจ้งว่า ตอนนี้ที่บ้านที่เช็ก มีแม่บ้านคนใหม่แล้ว (โอ้) ในบ้านเป็นผู้หญิง สวนนอกบ้าน เป็นผู้ชาย คราวนี้มีสองคนเลย ... คุณชายจัดให้ กลายเป็นว่าที่คิดว่าจะกลับไปทำงานบ้านเอง ก็ไม่ต้องแล้วสิ เธอกำชับด้วยว่า แม่บ้านคนใหม่กลัวฉันมาก กลัวว่าจะทำงานบ้านไม่ถูกใจฉัน แหม ๆ ๆ .... กลัวจริงก็ดีเนอะ กลัวแต่ว่าจะกลัวแต่ปาก 555

 

.... 

 

กลับมาที่บ้านนอกของเรา สรุปแล้ว สิ่งที่ชอบที่สุดในบ้านนอก คือ บรรยากาศที่ไม่รีบเร่งเหมือนกรุงเทพฯ ทำให้สมาธิ และสติ อยู่กับตัวดีขึ้น บรรยากาศคล้ายเมืองนอก ความไม่รีบเร่งเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ทำให้หายใจทัน  และทำอะไรได้ไม่ต้องรน ผู้คนรอบๆ เรา ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตรีบเร่ง ภาพบ้านเมืองที่ไม่แออัดยัดเยียดกัน และมีต้นไม้แบบบ้านๆ ธรรมชาติให้ได้ "พักสายตา" 

 

ค่าครองชีพที่ไม่แพงเกินไป ทำให้ไม่เครียด และกินอาหารได้เต็มที่ อย่างเช่นวันนี้แม่ไปตลาดมา เธอซื้อของกินมาเยอะมาก และหลากหลาย นั่งกินกันเปรมเลย ในราคาที่ถูก เวลากินก็ไม่เครียด ไม่เหมือนกรุงเทพฯ อยากกินดีๆ ก็แพง 

 

ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักกรุงเทพฯ นะ เพียงแต่มองหาข้อดีของการอยู่บ้านนอก หากว่าฉันมีงานทำ อันเป็นงานอิสระ เช่น ขายของทางเน็ต ทำสำนักพิมพ์ เป็นนักแปล ฯลฯ น่าจะเป็นอาชีพอยู่บ้านอกได้สบายๆ โดยไม่ต้องอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ  

 

และตอนนี้งานสำนักพิมพ์ของฉัน ก็ค่อนข้างอยู่ตัว สามารถทำรายได้ให้อยู่บ้านนอกได้อย่างพอเพียงด้วย

 

จึงขอสรุปชีิวิต สิบห้าปีในกรุงเทพฯ ว่า ได้ไปเรียน และทำงาน จนสามารถสร้างอาชีพ กลับมาอยู่บ้านนอกได้อย่างพอเพียง ... แม้นว่าเส้นทางชีวิต จะหักเหให้ต้องไปใช้ชีวิตและแต่งงานอยู่ที่สาธารณรัฐเช็ก กับสามีต่างชาติ

 

แต่จะว่าไปแล้ว คนเราก็มักมีบ้านสองบ้าน มีครอบครัวสองครอบครัว และมีบทบาทหลายบทบาท ไม่ใช่หรือ

 

สำหรับฉัน... 

 

เมื่ออยู่เมืองหลวง  เป็นนักเขียน ทำสำนักพิมพ์ มีเพื่อนสื่อมากมาย และรู้จักเบื้องหลังคนดังเยอะ ประเภทเปิดทีวี หรืออ่านหนังสือ ฟังสิ่งที่เขาพูด ก็เข้าใจได้ว่า เขาโกหก หรือพูดจริง

 

เมื่ออยู่บ้านนอก แต่งตัวบ้านๆ เหมือนคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง จนชาวบ้านงงว่า นี่น่ะหรือคนที่ได้ออกทีวี และหนังสือพิมพ์

 

เมื่ออยู่ต่างประเทศ ก็ทำตัวแบบคนต่างจังหวัดที่ได้ไปอยู่เมืองนอก แต่งตัวปกติ จนเขาว่าไหนบอกเรียนจบสูง ทำงานดี แต่ตัวจริง ธรรมด๊ามาก

 

คนเรามันก็มีหลายๆ บทบาท แต่ "ตัวตน"​ของเรา มันจะไม่เปลี่ยนไปตามบทบาท

 

และเมื่ออายุ 33 ฉันก็ค้นพบว่า "ความธรรมดา (ต่างหากที่) คือ ความไม่ธรรมดา"  และใช่แล้วค่ะ ความไม่ธรรมดาต่างหากล่ะ ที่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว

 

 

(401002

 

 

 

 

ปิดท้ายไปด้วย ภาพข่าวของผลงานสำนักพิมพ์ซันมูนทรี ของฉันนะคะ

เล่มนี้ ใครคิดจะไปเที่ยวเกาหลี ฉันว่ามีประโยชน์มาก พาเที่ยวครบทุกไฮไลต์ ตอบทุกคำถามคาใจเรียบ!!! 

 

"เกาหลีสุดที่รัก" โดย ส้ม มินโฮ

ราคา 250 บาท ในร้านซีเอ็ด และร้านหนังสือทั่วประเทศ จ้า

 

 
 จากเวบ www.se-ed.com
 
 
 
 
 ผู้จัดการรายสัปดาห์
 
 
 
มติชน
 
...
 
ขอบคุณมากๆ ค่ะ 
 
 

 

Last Updated on Tuesday, 29 June 2010 14:42

ชอปปิ้ง หวย และพระนางพญา ... ทุกอย่างที่ฉันได้ในวันเดียว :)

E-mail Print PDF
 
 

 

 คืนนี้ขับรถกลับบ้านกับน้อง พระจันทร์ ดวงโต กลม ใหญ่มากกกกกกกกก ....​

ใหญ่และน่ากลัวที่สุดในชีวิตที่เคยเห็นมาเลย ที่อื่นๆ เหมือนกันหรือเปล่านะ

  

ปวดหัว ปวดตัว หลังจากไปอบสมุนไพรสดที่วัดมา คงเพราะอบแล้ว ไปนอนนวดหนักไปหน่อย ก็เลยมีอาการ ... พยายามไม่กินยา รับรู้อาการเจ็บ ด้วยจิตที่สงบ พยายามไม่ไปทุกข์กับมันมาก ยอมรับความเจ็บปวดไปเรื่อยๆ ดูจนกว่าจะหาย
 
แต่มันก็ไม่หาย ... เอง ยังปวดหัวตลอดเวลาอยู่ตั้งสองวัน ไม่สบายตัวเอาซะเลย ... ปกติ เวลามีอาการปวดหัว ก็จะนั่งสมาธิ แยกรูป แยกนาม แล้วกำหนดจิตให้มีพลังไปที่จุดที่ปวด สักพัก ก็หาย ... แต่นี่ไม่ทำ เพราะคิดเอาเองว่า มันเป็นกรรมเก่า ไม่กินยาแก้ปวด เพราะอยากจะปวดเพื่อชดใช้กรรมเก่าให้หมด ... ก็ไม่ได้บ้านะ แค่ลองดู​ .... ลองวิชาดูหลายๆ แบบ ว่ามันจะเป็นยังไง
 
แต่ความปวด...​ก็ทรมาน หาวิธีบำบัดง่ายๆ ด้วยการไปนอนสระผม ให้เขานวดหัว ปรากฏว่าหายแฮะ ...​ แล้วยิ่งตามต่อด้วยกิจกรรมชอปตลาดนัดวันอาทิตย์ ที่บิ๊กซี ... ก็ยิ่งหายปวดหัว ... ใช้ได้เลย อิอิ
 
พูดถึงการชอปปิ้งที่บ้านนอก เปรียบเทียบกับที่กรุงเทพฯ แล้ว มันสนุกคนละแบบ ที่กรุงเทพฯ ปกติ ฉันจะชอปที่เซ็นทรัล เวิร์ลด์ ที่เพิ่งถูกเผาไปนั่นแหละ มันเป็นที่ๆ ฉันกับคุณชาย ชอบมาก เราเดินได้ตลอด เรารู้จักพนักงานขายหลายร้าน ฉันรู้จักพื้นที่ของเซ็นทรัลเวิร์ดเกือบหมด ความทรงจำ ความสนุก สินค้าลดราคา และชอปต่างๆ ไม่ว่าจะนัดหมายอะไร ก็นัดที่นี่เสร็จสรรพ มีทุกอย่างจริงๆ ฉันกับคุณชายเคยอยู่ที่เซ็นทรัลแบบติดๆ กัน เจ็ดวัน และชอปจนต้องจ้างคนเฝ้าร้านช่วยถือถุง ได้ของแถมเป็นหม้อหุงข้่าวไฟฟ้า และเมื่อกลับไปโรงแรมเซ็นทารา เราก็พบว่าของที่ซื้อมาถูกวางเต็มจนพนักงานตะลึง เราเคยบ้าถึงขั้นนั้น ....
 
การที่เซ็นทรัลเวิร์ลด์ถูกเผา ความทรงจำของฉันกับคุณชายจึงหายไปด้วย รวมทั้งร้านเพชรฯ ในนั่น ที่ๆ ฉัน มีใบรับประกันสินค้าที่ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะไปรับประกัน ล้าง ซ่อม ได้อีกที่ไหน ...​พูดแล้ว ก็เสียดาย ...
 
อย่างไรก็ตาม การชอปปื้งในบ้านนอกวันนี้ก็ให้ความสุขแก่ฉันไม่ต่างจากวันวาน
 
และในราคาที่ถูกกว่า ของก็น่าใช้เหมือนกัน ทำให้สนุกได้เหมือนเดิม
 
ตลาดนัดที่บิ๊กซี อุบล ของขายเยอะมาก หน้าตาคล้ายเจเจไม่น้อย จนฉันตกใจ เพราะไม่เคยมาเลย เมื่อได้มา ก็ตกตะลึง กับตลาดเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ามือสอง และร้านหนังสือ ได้ใจไปเต็มๆ รอบแรกได้หนังสือธรรมะ นิตยสารธรรมที่ชอบมา และพยายามไม่ดูของมือสอง เพราะไม่อยากใส่ของมือสอง เลยไม่ดู แต่แล้ว.... ในที่สุด ก็ต้องขับรถกลับไปอีกรอบสอง พ่ายแพ้แก่กิเลศตัณหา รู้สึกตัวอีกครั้ง ไปนั่งอยู่ท่ามกลาง กระเป๋าหลุยส์ใบละพัน แอร์เมสใบละเจ็ดพัน ฯลฯ เฮ๊ย บ้านนอกมีแบรนด์เนมด้วย ของแท้อีกต่างหาก คัดมาดีกว่าที่คลองถม สนามหลวงอีกนะ เห็นแล้วอึ้งๆ ๆ ๆ มากๆ
 
เอาเป็นว่าได้ของมาเยอะ T_T ในราคาแค่พันกว่าบาทเอง เป็นอึ้ง อยู่ค้นได้ทั้งวัน แล้วในที่สุด ก็ไปเหมาหนังสือ นิตยสารธรรมะ เขามาหมดเกือบร้อยเล่ม คนขายต้องถือมาส่งขึ้นรถ ขับกลับบ้านคนเดียว มีความสุขยิ่งนัก แบบบ้านๆ อินเตอร์ ตัดใจไม่เอาแอร์เมส ที่แม้สภาพจะดีมาก หาได้ยากยิ่ง แต่ใบละเจ็ดพัน ก็ไม่ไหวนะ .... ไม่เอาๆ ไม่เอาๆ ไม่เอาาาาาาาา!!!!
 
พระเจ้าช่วยกล้วยทอด คืนนี้จะนอนหลับมั๊ย!
 
ชอปเสร็จ ก็ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเห็นพระเดินอยู่ริมถนน ก็เลยจอดรถ ถามท่านว่าท่านจะไปไหน จะไปส่งให้เอาไหม วัดท่านไกลเปล่า ... ท่านตอบว่าวัดอยู่ไม่ไกล แต่ท่านก็ขึ้นรถมานะ ฉันยูเทิร์นรถกลับมา แล้วก็พบว่า วัดท่านอยู่ไม่ไกลจริงๆ 555 น่าจะร้อยเมตรเอง แต่ไปกลับรถไกลมากกกก
 
แต่วัดที่ท่านอยู่ เป็นสำนักสงฆ์ในป่า เจอบรรยากาศต้นไม้ใหญ่ๆ และรกครึ้ม เห็นแล้วก็ชอบใจ ... ท่านถามว่า อายุเท่าไหร่ จิตใจดี รู้จักเอื้อเฟื้อพระสงฆ์ ว่าแล้วท่านก็ให้ "พระนางพญา" ของเก่ามาหนึ่งองค์ และบอกให้ไปซื้อหวยเบอร์ที่ท่านบอก (แต่ชั้นไม่บอกเธอหรอก  555)
 
"ซื้อหวย เล่นเบอร์อยู่บ่" ท่านถาม
"เอ้า ถ้าท่านให้ ก็เล่นค่ะ ถ้าท่านไม่ให้ก็ไม่เล่น" ตอบท่านไปอย่างนั้น
"ถ้างั้นก็ไปเล่น .... เด้อ" เอ้า รีบจำ เดี๋ยวลืม
 
"ปีนี้ อายุเท่าไหร่"​ ท่านถาม
"สามสิบสามค่ะ"
"ปีนี้กับปีหน้า อยากทำอะไร ทำเลยเด้อ ดีมากๆ" ดูดวงให้ แบบไม่ต้องขอเลยนะนั่น
 
เอ้า ... เมื่อท่านให้ ก็ต้องรับ อิอิ เมื่อถึงวัดก็เลยถวายหนังสือธรรมะที่ซื้อมาให้ท่านไปถุงหนึ่ง ท่านก็ขอบใจ และให้เบอร์เอาไว้ บอกว่ามีอะไรก็โทรมาปรึกษาได้
 
ตอนค่ำไปรับน้องที่ไป "สถานธรรม" ก็เลยให้น้องซื้อนม และน้ำปานะ แล้วไปถวายท่านที่วัดอีก ท่านก็ให้ "พระนางพญา" กับน้องสาวมาอีก กำชับว่าเป็นของเก่า ท่านเหลือแค่สององค์เท่านั้น ให้ไว้เป็นคู่กัน
 
ก็เลยได้เห็นว่า ... น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามีให้แก่กัน แม้จะน้อย แต่บางครั้งก็อาจจะได้น้ำใจกลับมาใหญ่หลวง
 
"ผู้ได้รับ" ... คือ "ผู้ให้" หาใช่ "ผู้ขอ" ไม่ ....  
 
....

(399000)
 

 

ถ่ายหลังจากส่งท่านแล้ว ท่านถือถุงหนังสือที่ฉันถวายไปด้วย

 

Last Updated on Sunday, 27 June 2010 18:24

เลิกคิดว่า ความหรูหรา คือ ความสุข

E-mail Print PDF
 
ช่วงนี้ทำตัวอยู่กับครอบครัวที่บ้านนอกให้มากที่สุด ก่อนกลับเมืองนอก
 
ของฝากจากกรุงเทพฯ เที่ยวนี้คือ ฉันไปช็อปกางเกงยีนส์จากโรงงานมา 50 ตัว! (อ่านว่า 50 ตัว) เพื่อแจกจ่ายญาติมิตร และตัวเอง เอามันให้เปรมเลย สักครั้งในชีวิตที่ได้บอกใครๆ ว่า บ้า...ซื้อกางเกงมาครั้งละ 50 ตัวมาแล้ว! ก็อย่างนี้แหละ คนเรา หลังจากพยายามเก็บตัวมานานวัน บทมันจะใจแตกก็บ้าได้มากเหมือนกัน... แต่เอานะ ลองให้รู้ว่าเกิดมา มียีนส์ 50 ตัวเป็นยังไง (แต่ไม่ใช่แพงนะ)
  
เมื่อวานนี้ น้องสาวกลับจากอังกฤษ ก็เลยหอบหิ้วกัน ทั้งน้อง แม่ ป้า ลุง และหลาน ว่าจะไปเที่ยว "สามพันโบก" แต่กลับไปลงที่ "วังสระพุง" แพริมน้ำ งานนี้ได้กินกับข้าวลาว แล้วก็ได้ แช่ตัวในแม่น้ำมูลเล่นๆ เสร็จแล้ว พาแม่และป้าลุง ไปไหว้ "หลวงพ่อเงิน" วัดปากน้ำ" เป็นอันเสร็จวันแห่งคุณค่าอีกหนึ่งวัน
 
ส่วนเช้านี้ก็ตื่นมาซักผ้า ออกกำลังกาย แล้วก็พาแม่กับน้องสาวไปนวดหมอตาบอด และอบสมุนไพรสด ที่วัดหนองปลาปาก
 
ตอนเย็นกลับมาบ้าน อ่านหนังสือ กินข้าว นั่งเล่นในสวน ลงบ่อปลาดุกเล็กๆ จับปลาที่แม่เลี้ยงไว้ ว่าจะเอาไปปล่อยแม่น้ำ แต่แปลก ปลามันไม่ยอมเข้าตะกร้า นิ่งเงียบทั้งสระ จนนึกว่าปลาหายหมด คนมาขโมยปลาไป ร้องบอกแม่ พอแม่เอาอาหารมาหว่าน พวกมันกลับดิ้นดุ๊กดิ๊กเต็มสระ แสดงว่ามันรู้จักเก็บตัวเงียบเวลามีคนมาจับ
 
อ้อ แล้วก็ได้เห็นงูตัวเล็กๆ ในสวน ข้างบ่อน้ำด้วย คิดๆ อยู่ว่าจะกลัวดีไหม แต่เราอยู่กับธรรมชาติ ก็ต้องให้พื้นที่เขาอยู่ร่วมด้วย อย่าไป "เพ่งโทษ" มองว่าเขาร้าย ก็ยืนแผ่เมตตาให้เขา ... อยู่กับป่านี่ ถ้าพระเคร่งๆ จะไม่สวดมนต์บทที่ทำร้ายสัตว์ป่า เบียดเบียนให้เขาอยู่ "ร้อน" เลยด้วยซ้ำ
 
เราอ่านมา ก็เลยเอาเป็นตัวอย่าง ...​ ไม่กลัว แล้วก็เมตตาเขาด้วย ให้เขาอยู่กับเราอย่างสันติ ...​แต่ตัวใครตัวมันนะ 
 
... 
 
การได้ใช้ชีวิตแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่า ... คนเรา ถ้าเลือกที่จะใช้ชีวิตได้ ยังมีอีกแนวทางหนึ่งให้เลือก คือ เลือกที่จะบริโภคเชิงราคาให้น้อยลงหน่อย เพื่อให้ชีวิตมีความสุขได้ในราคาที่ไม่แพงเกินไป เพื่อที่จะได้ทำงานน้อยลง เครียดน้อยลง และมีเวลามากขึ้น
 
ชีวิตแบบไฮเอนต์ หรือชีวิตหรูติดดาว ไม่ได้มีความสุขสุดๆ อย่างที่คิด เพราะความหรูหรา เป็นสิ่งประดิษฐ์ ไม่ใช่ธรรมชาติ หาความจริงใจได้ยาก มันอาจจะดูสวยงาม เลิศหรู แต่มูลค่าของมันก็มีราคาแพง ความหรูหราไม่เคยมีราคาถูก และราคาที่ต้องจ่ายนั้น ก็ไม่ใช่เงินที่ลอยมาจากบนฟ้า เราล้วนต้องอาบเหงื่อ ทำงานเพื่อให้ได้เงินทั้งนั้น ดังนั้นเมื่อได้เงินแล้ว ทำไมไม่ใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด อย่าจ่ายไปกับภาพลวงตา
 
สิ่งที่ต้องมองให้เห็นคือ "ความหรูหรา ไม่ใช่ความสุข" 
 
ทุกวันนี้ เมื่อมีความสุขได้ในราคาถูกๆ และหันมาหาความสุขกับธรรมชาติ ที่ไม่ต้องใช้เงิน
 
บางครั้ง มองหวนกลับไป ก็คิดเสียดายเงินที่เคยจ่ายไปในหลายๆ อย่าง เช่น ค่าโรงแรมหรู หลายแสน ค่าเครื่องชั้นแพง ค่ากินแพงๆ มื้อละหลายหมื่น จานละหลายพัน ค่าจัดเลี้ยง รับรองแขก และของขวัญไร้สาระ ฯลฯ แต่นั่นก็คือประสบการณ์จริงๆ
 
เป็นประสบการณ์ราคาแพง อย่างที่่เขาว่าจริงๆ!  
 
บ้านนอกที่ได้อยู่และเห็นตอนนี้คือ แตกต่างจากกรุงเทพฯ ตรงที่ไม่มีกิจกรรมเชิงเรียนรู้ งานสัมมนา และแหล่งเก่าแก่ให้เที่ยวมากเหมือนบ้านนอก แต่ก็มี "ครอบครัว" ให้แบ่งปัน และไปมาหาสู่ พูดคุย ... และมีภาพบ้านเมืองที่ไม่แออัด บรรยากาศที่ไม่รีบเร่ง ทำให้เราผ่อนคลายไปด้วย และอยู่อย่างสงบมากขึ้น 
 
บ้านนอก ไม่มีความหรูหรา ... แต่ใครว่า ไม่มีความสุข  
 
 
....
 
ภาพเที่ยวบ้านนอก เมื่อวันก่อนๆ  กับเพื่อนสาวชาวกรุง
 

ต้อนรับ คุณนาย ด้วยส้มตำ ตลาดนัด

เธอยังชูนิ้วได้อยู่ 

 

ไปพักโรงแรม ที่ท่านประธาน เป็นเพื่อนแม่

เลยชักรูป เป็นที่ระลึก เอาใจเจ้าของโรงแรม

แลกส่วนลด อิอิ 

 

 

จากสตาร์บั๊ค เปลี่ยนมาเป็น กาแฟ ตลาด

สองแก้ว สามสิบ 

 

พาไปปล่อยปลา แม่น้ำมูล 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

(398777

 
 
 
 
 
Last Updated on Saturday, 26 June 2010 18:26

เรื่องที่ยังไม่ได้เล่า... มักไม่ได้เล่า

E-mail Print PDF

 

"ถ้าไม่ใช่นักเขียน ก็ขอเป็น "นักเล่าเรื่อง" คนหนึ่ง..."
 

 

เขาว่ากันว่า นักเขียน คือ นักเล่าเรื่อง .... ชอบเล่าเรื่อง ชอบหาเรื่อง และชอบแต่งเรื่อง

หลายปีที่เขียนบลอก บ่อยครั้งที่ฉันอดถามตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมจึงนำเรื่องส่วนตัวและความในใจมากมาย มาบอกเล่าให้ทั้งมิตร และศัตรูรู้

บางครั้งก็ตอบตัวเองว่า นั่นคือการเขียนวิถีทางหนึ่ง... การเขียนเรื่องตัวเอง เรื่องที่เรารู้ดีที่สุด ย่อมช่วยฝึกปรือการเขียนให้ดีขึ้น รู้จักการเก็บประเด็น สร้างสำนวน และสร้างสิ่งต่างๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การเขียนบลอก ฉันไม่ได้ใช้กลวิธีอะไรมากมาย แค่เขียน เพราะอยากจะเขียน และเขียนไปตามที่นึกออก เวลานั้นๆ บางครั้งก็เขียนพออ่านได้ บางครั้งก็เขียนอ่านไม่ได้ และบ้างก็เขียนรวมเล่มได้ จนน่าเสียดาย ที่เอาความคิดในห้วงเวลาหนึ่งมา "เขียนเล่นๆ" ไม่ได้รวบรวมเป็นเล่ม

แต่อย่างไรก็เถอะ ... วันนี้ ที่ขนาดว่า อัพบลอกบ่อยกว่างานประจำ และคำนึงถึงมันราวกับงานซีไรต์ ... แต่ในปีนี้ ครึ่งปีที่ผ่านมา ก็ยังมีเรื่องสำคัญมากมายที่ยังไม่ได้บอกเล่า

ไม่ว่าจะเป็น ทริปท่องเที่ยว อย่างในปราก เช็ค คาโรวี วารี มาเรียนสแก ลาซเน่, ออสเตรีย ฮัลสตัทท์ ซาลบวร์ก และเวียนนา, เยอรมัน ในโรเต็นเบิร์ก มิวนิค และฟุสเซ่น, ออสเตรีย ในอีกหลายเมืองที่จำชื่อไม่ได้, ฝรั่งเศส ในนองซี ปารีส และอีกหลายเมืองที่จำไม่ได้, เบลเยี่ยม ในเมืองอะไร จำไม่ได้ดูภาพย้อนหลัง อ้อ นึกออกแล้ว บรัสเซลล์

นอกจากทริปยาวๆ ข้างต้นแล้ว ฉันก็ยังได้ไปซ้ำอีกสองเที่ยวกับแขกอีกสองชุด

เมื่อกลับมาเมืองไทย ก็ได้ไปเที่ยวในกรุงเทพฯ ในวัดต่างๆ มากมาย นับสิบวัน ที่ยังไม่ได้บอกเล่า  และยังมีทริปอุบลฯ กับพี่พิ้งค์ ที่ติดค้างไว้

แถมไปกรุงเทพฯ คราวนี้ ก็ถือว่าเป็นการทิ้งทวน สรุปงานในกรุงเทพฯ

สิ่งสำคัญคือการย้ายบ้าน และย้ายความรู้สึกของคำว่า "บ้าน" จากเมืองหลวง ฟ้าอมร เมืองเก่า ไปสู่ "บ้านนอก" และ "เมืองนอก" สำหรับคนติดที่อย่างฉัน จึงถือเป็น "จุดเปลี่ยน" อย่างแท้จริง

เหตุการณ์เล่านี้ มีประเด็นที่ฉันยังอยากถ่ายทอดมากมาย ทั้งที่ไม่ได้มีงานประจำทำแต่อย่างใด แต่ชีวิตก็ไม่ได้ว่างพอให้ทำทุกอย่างดังที่ใจอยาก 

...

สรุปแล้ว มีเรื่องเล่ามากมายที่ยังไม่ได้เล่า แต่มีความในใจมากมายที่ได้บอกไปแล้ว

ฉันไม่รู้ว่าคุณอ่านบลอกฉันด้วยความรู้สึกเช่นไร เพราะอะไร

แต่นี่ก็เพียงแค่คนๆ หนึ่ง ที่มีชีวิตลอยชาย และพยายามหากิจกรรมทำให้มากที่สุดแล้ว อาจไม่ได้มีรายได้ มีมูลค่า แต่ก็มี "คุณค่า" ไม่มากก็น้อย พอให้มีเรื่องเล่าได้เล่นๆ

บ่อยครั้งที่ฉันมักสรุปว่า "ชีวิตก็เป็นอย่างนี้" เพราะหากไม่เป็นอย่างนี้ มันจะเป็นอย่างไรได้?

เรามีชีวิต เราหายใจ และเราพยายามใช้ชีวิตให้ดีที่สุดในแบบของเรา

อาจไม่ได้ดีเท่าที่ใจคิด อาจไม่ได้สำเร็จเท่าที่ใจอยาก

แต่ก็ได้ทำจน "สุดใจ"

....

เรื่องที่ยังไม่ได้เล่า...ที่สุด ก็ยังเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้เล่า

แต่กลับมีเรื่องใหม่ๆ ให้ต้องทำ 

...

แต่กลับมีข่าวล่าสุด

ฉันได้เป็น "ผู้สื่อข่าวกิตติมศักดิ์ไทยรัฐ ประจำกรุงปราก"

 

 
ไปกรุงเทพเที่ยวนี้... 
ไปเป็นแขกให้สัมภาษณ์รายการ คนไทยในต่างแดน ที่ช่อง 5 ในห้องส่ง

 

 

 และฟังเทศน์ พระอาจารย์อำนาจ

ที่ ดีเอ็มจี

 

 

ท่านเพิ่งไปเทศน์ที่ปราก มาเดือนก่อน

พอเจอ ท่านก็หัวเราะ แล้วเล่าให้ฟังตอน "มาเร็ก" ไปรับท่านที่รถไฟ ว่า

ไปถึงก็รีบถ่ายรูปส่งมารายงานฉันเลยว่า ไปรับท่านตามคำสั่งฉันแล้ว คณะหัวเราะกันตรึม:)

....

นอกจากนี้ ท่านยังได้เล่านิทาน เรื่องรักของฉัน กับ คุณชาย ให้ญาติโยม ฟัง

ทั้งที่ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน

ท่านเล่าของท่านเองว่า...

 

ในวันแต่งงานของฉัน

พ่อของฉัน ถามคุณชายว่า ทำไมถึงแต่งงานกับลูกสาว

คุณชายตอบว่า เพราะลูกสาวของคุณ perfect

พ่อจึงบอกว่า "จำคำนี้ไว้ดีๆ นะ วันไหนที่คุณเห็นว่าเธอไม่ perfect ขึ้นมา

ก็จงจำไว้ว่า เธอไม่ perfect นับจากวันที่เลือกที่จะแต่งงานกับคุณ"

...

หลวงพ่อเล่า แล้วยิ้ม และหัวเราะ ชอบใจ ก่อนจะบอกว่า

"ได้ฟังมาจากไหนนี่แหละ เห็นคู่นี้แล้ว นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา"

...

ประหลาดดี :) 

 

 

 

(398419)

Last Updated on Friday, 25 June 2010 16:10

เที่ยวอุบล กับเพื่อนชาวกรุง...​เข้าป่า + ไหว้พระ 9 วัด

E-mail Print PDF
 
3 คืน 3 วัน กับเพื่อนสาวชาวกรุงฯ พาเที่ยวอุบล แบบ "ไม่แคร์สื่อ"
 
พี่พิ้งค์ คนที่ชอบอาหารฝรั่ง ไม่ชอบร้อน จบอังกฤษ ขับบีเอ็ม เป็นเจ้าของรายการโทรทัศน์
 
กับฉัน ... ชาวอุบล คนบ้านนอก...
 
เอาภาพมาฝากก่อน แล้วค่อยบรรยายตามหลัง (อีกสี่คืนนะ กว่าจะกลับอุบล แล้วได้มาเล่าเรื่องให้ฟังอีกครั้งค่ะ ) เพราะว่ากำลังต้องขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ แล้นนน...!!!
 
เจอกันซะแล้วกรุงเทพฯ!
 

 
 
 
 
 พี่พิ้งค์ : "แก นี่มันป่าชัดๆ หน้าห้องน้ำ มีคอกวัวด้วย!"
 
"ก็ใช่สิ"
 
"แก นี่มันป่านี่ เรามาทำอะไรที่นี่ ชั้นร้อนนนน"
 
"เรามาฝึกความอดทน ให้เจอความลำบาก แล้วก็จะค่อยๆ ทนความลำบากได้ทีละน้อยๆ ทำให้ "เป็นผู้อยู่ง่าย"​ ขึ้น แล้วเราจะทุกข์น้อยลง อีกอย่างเรามาดูชาวบ้านว่าทำไมเขาไม่มีเงิน แต่มีความสุขได้ เพราะเขาอยู่กับธรรมชาตินั่นเอง และถึงเราจะเรียนมาแค่ไหน อยู่เมืองหลวง รู้จักคนมากมาย แต่เรามาหาชาวบ้าน เขาสอนอะไร เราก็รับฟังไว้ เราก็ฟัง เราต้องอ่อนน้อมให้เขา"
 
พี่พิ้งค์  "...." เงียบ ไม่ตอบอะไร 
  
 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

 
Last Updated on Monday, 21 June 2010 09:19

More Articles...

Page 8 of 103

เที่ยวยุโรปกับคนไทยในยุโรป

เที่ยวยุโรปอย่างคุ้มค่ากับคุณสไมล์ลี่คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
 
เที่ยวฮอลแลนด์ กับคุณเจี๊ยบคุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น
 
เที่ยวออสเตรียแบบโฮมสเตย์ กับคุณแอ้มทริปคุณแอ้ม จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป อยากเล่นสกี และพักโฮมสเตย์กับคนไทย ลองดูที่่นี่่ค่ะ
 
>> สนใจแลกลิงค์ ติดต่อ rinแอดnetnapa.net ค่ะ 
You are here: