
ห้างกลางแจ้ง แหล่งชอปปิ้งสนุก


สัมภาษณ์ฉัน ใน "รายการคนไทยในต่างแดน" ออกอากาศแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เห็นตัวเองในทีวีตามเคย
ส่วนชีวิตช่วงนี้ น้องสาว เพื่อน แม่ และญาติๆ หลายๆ คน ต่างใส่ "ยีนส์" ที่ฉันให้เป็นของขวัญ เพื่อนโทรมาบอกว่ากำลังใส่นะ สวยด้วย แค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว สักครั้งที่ได้ซื้อยีนส์แจกชาวบ้าน 50 ตัว
เมื่อวานนี้ ชีวิตของสามสาว ที่ไม่ได้ทำงานประจำ แม่ของเราที่ปลดเกษียณแล้ว มีเงินเดือนจากเงินที่ลูกๆ ทุกคนช่วยกันส่งให้ น้องสาว ผู้กำลังทำปริญญาเอก ที่อังกฤษ ปีสุดท้าย และฉัน แม่บ้านฝรั่ง เราสามคนขับรถออกแต่เช้า เพื่อไปทำธุระต่างๆ
ตอนนี้ ฉันขับรถเป็นแล้ว หน้าที่ "สารถี" จึงเป็นของฉัน ผู้เพิ่งเริ่มขับรถขึ้นถนนใหญ่มาได้สองอาทิตย์ ... ก่อนหน้าที่ฉันจะขับรถเป็นตั้งแต่พ่อของพวกเราท่านไปอยู่บนสวรรค์ พวกเราก็ต้องใช้พาหนะคือ มอไซต์ หรือไม่ก็รถสองแถว เป็นสรณะ ตอนนี้เมื่อฉันขับรถเป็นแล้ว การที่เราสามสาวได้อยู่ในรถเดียวกัน ดูแลกันไป ร่วมกันไปธุระในเมือง จึงเป็นเรื่อง "ก้าวผ่าน" อีกขั้นของชีวิต
คนที่ยังอยู่ในโลก ก็ต้องอยู่กันไป ดูแลกันไป ...
เริ่มต้นธุระของบ้านนอกแต่เช้า คือ พาแม่ไปแจกการ์ดแต่งงานของน้องสาวอีกคน แล้วก็วนรถไปรถส่งน้องสาวไปไปรษณีย์ ไปเบิกค่าทำฟันของแม่ แล้วก็วนรถไปรับแม่อีกรอบ ไปแจกการ์ด ไปศูนย์โอท็อป อุบล ฯ จากนั้นไปเติมน้ำมัน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉัน หัดเติมยางรถยนต์เอง โดยการเดินไปถามคนที่เขาเติมยางอยู่ และไปถามคนที่ปั๊มต่อ คนในปั๊มมองดูอาการเติมยางรถของฉัน อย่างไม่วางตา ... แต่ฉันก็ค่อยๆ เติมลมไปทีละล้อ และกลับมาเติมอีกทุกล้อ จนมั่นใจว่ามันน่าจะใช่ เติมแบบนี้แหละ
เทคนิคการเติมยางลมอัตโนมัติ
- ตั้งเครื่องที่ 35 รถยนต์ใช้ 35
- หากว่าไม่บรรทุกของหนัก ทุกล้อใส่เท่ากัน 35
- เปิดจุกยาง แล้วกดสายฉีด เครื่องจะแจ้งเมื่อเติมลมเต็มตามที่ตั้งเลขไว้
- ปิดจุกยางให้สนิท
แล้วเราก็ไปเดินตลาดนัดที่วัดสารพัดนึก มีเสื้อผ้ามากมาย จากชอปปิ้งห้างติดแอร์ มาอยู่บ้านนอก ก็ต้องเดินตลาดนัด ความสนุกในการเดินตลาดนัด คือ หาของสวยๆ ในราคาที่ถูก แล้วฉันก็ได้ผ้าสวย ขีดละยี่สิบบาท และสร้อยปัก เอามาดีไซน์ ทำชุดราตรีสำหรับไปงาน ราคาไม่ถึงร้อยบาทเลย นี่ละความสนุกของตลาดนัด
นั่งกินขนมจีนยาป่า ตำกล้วย และตำป่า อร่อยใช้ได้ แล้วก็ไปต่อ ที่ "บิ๊กซี" เรียกได้ว่าวันเดียว เราไปหลายที่มาก ที่นี่ฉันไปดูกล้องแคนนอนรุ่นใหม่ ที่คุณชายอนุมัติให้ซื้อเรียบร้อยแล้ว เพราะถ่ายวีดีโอได้ด้วย ฉันอยากหัดทำหนังสั้น แสดงเรื่องราวของคนไทยในเมืองนอก ส่งประกวดงานที่ยุโรป เผื่อจะได้สร้างชื่อเสียงให้คนไทยบ้าง โฮะ โฮะ โฮะ
วันก่อนๆๆ "ตั๊ด" นักเขียนอะเดย์ เอาหนังสั้น ที่ทำที่อังกฤษ มาให้ฉันดู โอ๊ววว ก็ดีนะ ดูแล้วอยากทำบ้าง
ที่บิ๊กซี นอกจากฉันดูกล้องแล้ว น้องสาว ก็ซื้อ "เครื่องซักผ้า" ให้แม่ใหม่ เสร็จสรรพเรียบร้อย เราก็ไปกินข้าวที่บ้านป้า ซึ้งจัดโต๊ะใหญ่ อาหารการกินเต็มโต๊ะไว้ต้อนรับ ครึกครื้นอบอุ่นยิ่ง
เสร็จจากนั้น ไปร้านตัดเสื้อ ฉันอธิบายแบบเสื้อให้ช่าง ช่างชมว่าแบบเสื้อสวย ผ้าสวยมาก อยากเห็นตอนที่ตัดเสร็จแล้วจัง แล้วจะเอามาให้ดูนะ
เสร็จภารกิจแค่หนึ่งวันของเมื่อวาน กลับมาถึงบ้าน อ่านหนังสืิอธรรมะ แล้วนอน จบภารกิจในบ้านนอกที่ไปหลายที่มากๆ แต่ก็สนุกดี
ส่วนวันนี้ ตื่นมาไม่ไปไหน เก็บกวาดบ้าน สำหรับเตรียมจัดงานแต่งงาน แล้วก็รื้อตู้เสื้อผ้าออกมา พบเสื้อผ้าสวยๆ เต็มเลย (ราวสองร้อยตัวได้เลย โห) กลายเป็นว่าเสื้อผ้าที่เราไม่ใส่สักสามสี่ปี จนลืมไปแล้ว กลับมาดูอีกครั้ง ก็กลายเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่ได้เหมือนกัน ชอปในบ้านตัวเองนี่แหละ
ชีวิตบ้านนอก ก็เป็นแบบนี้ ถ้าไม่ไปธุระในเมือง ก็อยู่บ้าน เก็บกวาดบ้าน เพราะบ้านมีพื้นที่มาก ไหนจะสวน ไหนจะในบ้าน แล้วฝุ่นก็เยอะ ไม่ได้ว่างเท่าไหร่
ตกเย็น คุณชายโทรมา เลยเล่าเรื่องที่วันนี้ต้องขับรถไปธุระทั้งวัน สามีหัวเราะแล้วบอกว่าจำได้ไหม ตอนอยู่เช็ก คุณชายก็ต้องขับรถให้ฉันไปโน่นนี่ทั้งวัน เพราะเวลาอออกจากบ้านที ก็จะรวบธุระให้หมดเลย จำได้ไหมกลับบ้านมา คุณชายเหนื่อยเหมือนกัน ... ก็เลยหาคนขับรถให้ฉัน เพราะถ้าวันๆ มัวแต่ขับรถให้ฉัน ก็ไม่ได้ทำงานพอดี ... เลยถึงบางอ้อ
นอกจากนี้ คุณชายยังแจ้งว่า ตอนนี้ที่บ้านที่เช็ก มีแม่บ้านคนใหม่แล้ว (โอ้) ในบ้านเป็นผู้หญิง สวนนอกบ้าน เป็นผู้ชาย คราวนี้มีสองคนเลย ... คุณชายจัดให้ กลายเป็นว่าที่คิดว่าจะกลับไปทำงานบ้านเอง ก็ไม่ต้องแล้วสิ เธอกำชับด้วยว่า แม่บ้านคนใหม่กลัวฉันมาก กลัวว่าจะทำงานบ้านไม่ถูกใจฉัน แหม ๆ ๆ .... กลัวจริงก็ดีเนอะ กลัวแต่ว่าจะกลัวแต่ปาก 555
....
กลับมาที่บ้านนอกของเรา สรุปแล้ว สิ่งที่ชอบที่สุดในบ้านนอก คือ บรรยากาศที่ไม่รีบเร่งเหมือนกรุงเทพฯ ทำให้สมาธิ และสติ อยู่กับตัวดีขึ้น บรรยากาศคล้ายเมืองนอก ความไม่รีบเร่งเป็นความสุขอย่างหนึ่ง ทำให้หายใจทัน และทำอะไรได้ไม่ต้องรน ผู้คนรอบๆ เรา ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตรีบเร่ง ภาพบ้านเมืองที่ไม่แออัดยัดเยียดกัน และมีต้นไม้แบบบ้านๆ ธรรมชาติให้ได้ "พักสายตา"
ค่าครองชีพที่ไม่แพงเกินไป ทำให้ไม่เครียด และกินอาหารได้เต็มที่ อย่างเช่นวันนี้แม่ไปตลาดมา เธอซื้อของกินมาเยอะมาก และหลากหลาย นั่งกินกันเปรมเลย ในราคาที่ถูก เวลากินก็ไม่เครียด ไม่เหมือนกรุงเทพฯ อยากกินดีๆ ก็แพง
ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักกรุงเทพฯ นะ เพียงแต่มองหาข้อดีของการอยู่บ้านนอก หากว่าฉันมีงานทำ อันเป็นงานอิสระ เช่น ขายของทางเน็ต ทำสำนักพิมพ์ เป็นนักแปล ฯลฯ น่าจะเป็นอาชีพอยู่บ้านอกได้สบายๆ โดยไม่ต้องอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ
และตอนนี้งานสำนักพิมพ์ของฉัน ก็ค่อนข้างอยู่ตัว สามารถทำรายได้ให้อยู่บ้านนอกได้อย่างพอเพียงด้วย
จึงขอสรุปชีิวิต สิบห้าปีในกรุงเทพฯ ว่า ได้ไปเรียน และทำงาน จนสามารถสร้างอาชีพ กลับมาอยู่บ้านนอกได้อย่างพอเพียง ... แม้นว่าเส้นทางชีวิต จะหักเหให้ต้องไปใช้ชีวิตและแต่งงานอยู่ที่สาธารณรัฐเช็ก กับสามีต่างชาติ
แต่จะว่าไปแล้ว คนเราก็มักมีบ้านสองบ้าน มีครอบครัวสองครอบครัว และมีบทบาทหลายบทบาท ไม่ใช่หรือ
สำหรับฉัน...
เมื่ออยู่เมืองหลวง เป็นนักเขียน ทำสำนักพิมพ์ มีเพื่อนสื่อมากมาย และรู้จักเบื้องหลังคนดังเยอะ ประเภทเปิดทีวี หรืออ่านหนังสือ ฟังสิ่งที่เขาพูด ก็เข้าใจได้ว่า เขาโกหก หรือพูดจริง
เมื่ออยู่บ้านนอก แต่งตัวบ้านๆ เหมือนคนธรรมดาๆ คนหนึ่ง จนชาวบ้านงงว่า นี่น่ะหรือคนที่ได้ออกทีวี และหนังสือพิมพ์
เมื่ออยู่ต่างประเทศ ก็ทำตัวแบบคนต่างจังหวัดที่ได้ไปอยู่เมืองนอก แต่งตัวปกติ จนเขาว่าไหนบอกเรียนจบสูง ทำงานดี แต่ตัวจริง ธรรมด๊ามาก
คนเรามันก็มีหลายๆ บทบาท แต่ "ตัวตน"ของเรา มันจะไม่เปลี่ยนไปตามบทบาท
และเมื่ออายุ 33 ฉันก็ค้นพบว่า "ความธรรมดา (ต่างหากที่) คือ ความไม่ธรรมดา" และใช่แล้วค่ะ ความไม่ธรรมดาต่างหากล่ะ ที่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
(401002)
ปิดท้ายไปด้วย ภาพข่าวของผลงานสำนักพิมพ์ซันมูนทรี ของฉันนะคะ
เล่มนี้ ใครคิดจะไปเที่ยวเกาหลี ฉันว่ามีประโยชน์มาก พาเที่ยวครบทุกไฮไลต์ ตอบทุกคำถามคาใจเรียบ!!!
"เกาหลีสุดที่รัก" โดย ส้ม มินโฮ
ราคา 250 บาท ในร้านซีเอ็ด และร้านหนังสือทั่วประเทศ จ้า









































คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
คุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น