Skip to content
Site Tools
Increase font size Decrease font size Default font size
You are here:

เจ้าของบ้าน : เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา (หริ่น)

ผู้เขียน "ปรากในรอยหนาว", "๑๓ ปราสาทเล็กโรแมนติกในสาธารณรัฐเช็ก" เจ้าของสำนักพิมพ์ SUN MOON TREE และผู้จัดการ OCT TRAVEL LTD.  บริษัททัวร์ของคนไทยในเช็ก พาเที่ยวเช็ก กับคนไทยในเช็ก 

Travel Story
ไปกัน... เที่ยววัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม PDF Print E-mail
Thailand
Written by Netnapa   
Monday, 08 March 2010 18:37
&id
 
กระเทยต้องการเป็น​ "สตรีข้ามเพศ" ส่วนอิฉัน "สตรีข้ามประเทศ" ชีวิตห้าหกวันที่มาถึงเมืองไทย ยังเจ็ตแล็คอยู่ วันนี้นอนเจ็ดโมงเช้า ตื่นหกโมงเย็น!!! โอ้ บร๊ะเจ้า
 
ตืิ่นมาก็ค่ำ ถึงเวลานอนอีกแระ ปวดหัวตึ๊บ ที่ว่าจะกลับมาทำงาน ก็ตื่นมาก็ค่ำแล้ว วันนี้นัดพี่พีอาร์ไว้สี่โมงเย็น ว่าจะไปคุยงานเรื่องหนังสืออิฉันตื่นล่อไปหกโมงเย็น สุดยอดเลยย คืนนี้ว่าจะข่มตานอนให้ได้
 
กลับมาเมืองไทยรอบนี้ ก็มีงานเพียบ เพียบ เพียบ โทรศัพท์เข้ามา มิส คอล มากมาย ไม่มีเวลาโทร กลับ แต่ขอประกาศแจ้งข่าวผ่านหน้าเวบ ดิฉัน ตามหา พระมหาสันติ จากวัดราชโอรสารม ไม่เจอค่ะ เบอร์มือถือ โทรไปที่วัด ก็ไม่ได้ อยากไปเยี่ยมที่วัด หลังไมค์ด้วยนะค๊า
 
พูดถึงนอกจากเพื่อนๆ แล้ว ก็ได้ทยอยเจอ และคุยกับเพื่อนเลิฟ ให้หายคิดถึง คุยกับรุ่นพี่อย่างเมามัน ก็จะมีเรื่องเยอะ กอสสิปแยะ ให้เราเบลอๆ ไปบ้่าง แต่ก็อบอุ่นดี นอกจากนี้ก็ทยอยโทรไป "นมัสการ" พระ ที่วัดต่างๆ เรียกว่า เซย์ ไฮ ฯลฯ ใครที่หายไป ก็ต้องโทรตาม โทรรายงานกันซะหน่อย ให้หายคิดถึงผ้าเหลือง อิอิ และก็กลับมามีเพื่อนมาเม้าท์เรื่องวงการสำนักให้ฟังแล้ว โอ๊ บร๊ะเจ้า นักเขียนเรื่องธรรมะเขาทมิฬ เล่นวงการกันขนาดนี้เลยหรือ
 
เพื่อนเล่าใฟ้ฟัง แล้วถามความเห็นฉันว่า มันเกิดขึ้นได้ยังไง กับวงการของคนที่เรียกว่า "เข้าวัดเข้าวา"​ ทำไมมีการสาดโลคน เล่นการเมืองกันอย่างนั้น ... ฉัน ซึ่งปกติ ไม่ได้เป็นคนเล่น "พระ" หรือ "นักเลงพระ" แบบที่ว่าต้องเข้าหาวัดดัง หรือเน้นกราบพระอริยะ ฯลฯ กราบได้ทุกๆ คนที่เป็นผ้าเหลือง แต่ไม่จำเป็นต้องเข้ามูลนิธิดัง ก็เลยลองๆ ให้ความเห็นไปว่า
 
ความวุ่นวายในยุทธจักรของสำนักพิมพ์และสำนักสงฆ์ชื่อดังที่เกิดขึ้น ก็เพราะ บลา บลา บลา
 
แหม เรื่องมันยาวนะคุณ จะเอาสั้นๆ จะเข้าใจอย่างไรเล่า สรุปก็สั้นๆ แค่ว่า พอดังมาก มันก็ใหญ่ พอใหญ่มาก มันก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีเข้ามา คนเข้ามาหาผลประโยชน์ เมื่อไม่ได้ผลประโยชน์ ก็แค้นเขา ตามล้างแค้น เล่นเขา ไม่เว้นพระเว้นเจ้า
 
แล้วคำถามที่ว่าคนที่เขียนหนังสือธรรมะดัง ขายเป็นล้านๆ ทำไมถึงได้ไปทำอย่างนั้นได้ เขาเขียนแต่สิ่งดีๆ แต่ทำไมเขาทำสิ่งเลวๆ ป๊าดดด แล้วดิฉันจะรู้ไหมเนี่ย เหอเหอ
 
พี่มุก มกรา ภริยา ท่านทูตที่กรุงปราก ท่านเคยกล่าวไว้ให้คำนึง เวลามีคนมาเม้าท์มอยเรื่องคนอื่นให้ฟัง ท่านตอบไว้ดีมาก ท่านบอกว่า "ไม่รู้นะ เรื่องนี้ขอฟังหู ไว้หู" อืิมมมม บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น ดูดี มีปัญญา เลยจำมาไว้ใช้มั่ง
 
พอเพื่อนถาม ว่าคิดยังไง จะบอกว่า  "ไม่ขอวิจารณ์"  ก็จะดูเหมือนเล่นตัว เลยบอกว่า "ฟังหู ไว้หู จ้ะ เพื่อน"
 
แต่ก็นะ ขอนิดนึง .... แต่ก่อนนี้ ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเป็นยูเอ็น สหประชาชาติ ไม่เคยดูคนดีเลวที่หน้าตา  แต่ตอนนี้พอมาเจอคนเลวๆ แบบอีตุ้ม ที่หน้าก็แย่อยู่แล้ว นิสัยยังแย่อีก ก็เลยเริ่มกลับมาดูคนที่...​อย่าเรียกว่า หน้าตา เรียกว่า "โหง้วเฮ้ง"​แล้วกัน
 
คนเรา ถ้าโหวงเฮ้งคนมันดูโกง เราก็ต้องระวังๆ ไว้นะจ๊ะ
 
...
 
ทีนี้มาเมืองไทยรอบนี้ ก็มีคนชมว่า หน้าตาดีขึ้น (แหม... เพื่อนก๊อ) มีรุ่นพี่ชมว่าโหงวเฮ้งเปลี่ยน เพื่อนเปิ้ลนี้ เจอกันเมื่อวาน วันนี้ถึงกลับจะมาหา เอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อนบอกว่า หน้าตาดีขึ้น คนชมว่าขาวขึ้น
 
ไอ้เรื่องขาวนี่น่าจะจริง เพราะว่ามันหน้าหนาวของยุโรป ไม่เจอแดดเลย นอกจากนี้ก่อนกลับไทย ก็ไปสปาอินโดนีเซีย ไปนอนให้เขานวด และขัดผิว หลายชั่วโมง ก็ยอมว่าผิวมันนุ่มเนียนขึ้น
 
ซึ่งก็คงแค่ชั่วคราว... แต่สังเกตอย่างหนึ่งว่า คุณสามี ไปหาแชมพูมาให้ใหม่ เป็นแชมพูชนิดเดียวคุณชายว่า ที่มันสามารถผลักวิตามินเข้าเส้นผมได้ เธอไปหาซื้อมาให้เอง เราก็ใช้ ใช้แล้วคนก็ชมว่า เป็นไปได้ไง ผอมก็ผอม กินก็น้อย ผมก็ย๊าวยาว แต่ผมไม่แห้ง ลื่น และผมดี ... ก็ไม่รู้นะ สามีหาให้เอง
 
ส่วนโครงหน้าที่อิ่มเอิบขึ้น ก็คิดว่า เป็นผลจากการถวายพระหรือเปล่า ไปวัด ทำบุญ เดือนที่ผ่านมานี้ ก็ถือว่าได้บวชชีพรามหณ์สองรอบเลยนะ แล้วได้ทำบุญใหญ่ ก็หลายอย่าง ทั้งถวายพระพุทธโสธร สังฆทาน ฯลฯ ตามเรื่องตามราว ของ "คนแก่วัด" ก็เลยหน้าตาดูดีขึ้น
 
ครั้งหนึ่งเคยถามท่านว. วชิรเมธี ตอนนั้นหน้าเหี่ยว เป็นเหี่ยวฟ้าเลย หน้าหมอง ดูแล้วไม่สดใส เลยถามท่าน ว. ว่า ทำยังไงให้หน้าใสค่ะ ท่าน (ทุกปัญหา สากะเบือยันเรือรบ ถามท่าน ว.) ท่าน ว. ก็บอกว่า ให้กรรมฐาน สมาธิสิ
 
ตอนนั้นฟังแล้วก็เฮ้ออออ ...​อะไรๆ ก็สมาธิ
 
แต่พอทำจริงๆ ก็ต้องบอกว่า มันช่วยให้เราสวยขึ้น  หน้าตึงขึ้น เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าทำสมาธิแล้ว มันคลายเกล้าเนื้อ หน้าเราที่เคยขมึงตึงเครียด หน้านิ่วคิ้วขมวด มันก็กลายเป็นหน้าเบาๆ หน้าไม่ตึง รอยเหี่ยวมันก็หาย ครีมอะไรจะช่วยลบริ้วรอยได้ลึกขนาดนี้ ไม่มี แต่สมาธิทำได้
 
เฮ้า อยากสวย ก็ต้องสมาธินี้นะคะคุณ (อย่าอื่นยอมได้ เรื่องแก่ คุณยอมเหรอ) 
 
.... 
 
เมื่อคืนก็อ่านหนังสือจนดึก มีคนเขาพูดคำๆ นี้ "คนแก่วัด"
 
เขาก็บอกว่า น่าเสียดาย หลายๆ คนเก่ง พากันเข้าวัดเร็วไป แก่วัดเร็วไป พอเจออะไรเข้าหน่อย ก็ยอมๆ ไม่สู้  อะไรก็หันหน้าเข้าวัดอย่างเดียว เหมือนว่าความทะเยอทะยานมันน้อยลง สิ่งทางธุรกิจ ทางโลก ทางการเมือง มันไม่เอา หรือเอาน้อย ไม่แข็งแรงเหมือนกัน เน้นหันหน้าเข้าวัดอย่างเดียว เป็นที่หน้าเสียดาย เพราะถ้าไม่แก่วัด ก็ทำอะไรให้วงการทางโลกได้อีกเยอะ
 
ไอ้เราก็หันมามองตัวเอง อาจจะเข้าวัดเร็วกว่าคนอื่นหน่อย
 
ส่วนถ้าจะบอกว่า การแก่วัดเร็วเกินไป ทำให้โลกสูญเสียคนเก่งเร็วเกินควร ก็คิดว่า เสียๆ ไปเหอะ อิอิ เพราะว่าการสู้ทางโลก ชนะทางโลก มันไม่ยั่งยืน มีคนอีกมากที่เข้ายินดีและพร้อมจะสู้้เพื่อวงการทางโลก ไม่ต้องกลัวหรอก
 
คนที่จะเลือก ก็คือ เจ้าของชีวิตคนนั้นแหละ  
 
....
 
ทีนี้ก็อย่างนึง จิตใจช่วงนี้ มันก็ไม่รู้เป็นไร ว่างก็อยากทำสมาธิ หรือเขาว่าติดสุขจากสมาธิ ว่างปุ๊บ จิตใจก็อยากแต่จะเข้าวัด เข้าเน็ต ก็คอยอ่านเรื่องวัด เช็คโปรแกรมนี่ไม่ได้จะดูหนังนะ จะดูว่าที่ไหน เขามีจัดเทศน์ จัดปาร์ตี้ (งานวัด) เราก็อยากจะไป ที่ไหนภาพเขียนสวยๆ เราก็อยากไปดู ไปดูมาเยอะแล้ว ทีนี้เราก็อยากไปอันซีนวัดแปลก
 
ก็เอาเป็นว่า ถ้าท่านอ่านเวบของอิฉัน วันหนึ่ง ท่านก็อาจจะแก่วัดด้วยกันก็ได้ อิอิ
 
ไหนๆ ก็โม้มาถึงบรรทัดนี้ ก็โม้ต่อไปนิดหน่อยว่า ช่วงนี้ก็มี "สภาวะธรรม" เกิดขึ้นในจิตเยอะ เหมือนกับว่าจิตเกาะสมาธิ ก็มีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นให้ดู ก็ไม่เข้าใจ ก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร เลยลองอ่านๆ จากหนังสือ อ่านแล้วก็ตกใจ เพราะเคยมีคนบอกเรามาบ้าง แต่เราไม่เชื่อ อย่างเรานี่นะ แต่ก็ไม่เคยไปเช็คดู
 
ปรากฏ อ่านดู เขาบอกว่า ที่เราเจอ นี่คือณาณ 
 
โห ไปกันใหญ่แล้ว ไม่ต้องมาให้คนอื่นว่าหรอก เราจะคิดว่าเราเพี้ยนเอง แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไปไม่ได้ ก็ประคองตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ให้หลง เพราะถ้าหลง อยากได้ อยากมี อยากเป็น เราก็เสียปัญญา เสียสติ เสียสมาธิ
 
เพียงแต่นำมาบอกกล่าวสักนิดให้คนอื่นรู้ ฉุกคิดว่า บางทีเรื่องของณาณ หรือการรู้แจ้ง นี่ มันอาจจะไม่ได้ยากเกินไปอย่างที่เราคิดว่าเราเอื้อมไม่ถึง ขนาดคนเขียนบลอกคนหนึ่ง ที่ท่าทางจะมีชีวิตและปากบ้าๆ บอๆ จู่ๆ ยังลุกขึ้นมาทำสมาธิกับเขาได้ และบอกว่า เข้าใจสิ่งนั้น เห็นสิ่งนี้
 
หรือว่าจริงๆ แล้ว การรู้แจ้ง ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเกินไป
 
ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ถ้าเริ่มรู้จัก "ปฏิบัติ"  
 
...
 
สมาธิไม่ใช่เรื่องยาก
 
เพระมันเป็นเรื่องของ "สติ" ของเราเอง 
 
 
  
 
 
 
 
 
ไปวัดอิน มาสองคืนติดกัน อยากไปอีก แต่กลัวคนว่า อิอิ
ไปถึงหน้าวัด ก็เลือกซื้อมาลัย กับคนขายที่หน้าวัด ไม่ได้ซื้อกับวัดอย่างเดียว
เพราะถือว่า มาวัด เรามาทำบุญ และทำทานด้วย
ทำกับวัด และกับคนขายข้างนอก ให้เขาได้มีรายได้ด้วย ถือว่าช่วยสังคมไปด้วย
ไม่ใช่ช่วยวัดอย่างเดียว 
 
 
ทางเข้านะ
ก็ตะลึง ตึง ตึง
ตลอดทาง 
 
 
 
ปีนี้มีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ มาจากอินเดีย
เราไปถึง ก็ต้องกราบพระพุทธเจ้าก่อนสิ
ก็ทำบุญหนึ่งร้อยบาท แล้วรับผ้าไตร ดอกไม้ ธูปเทียน
มาเดินรอบสามรอบ สวดมนต์ไปด้วย แล้วก็ถวายผ้าไตร
ฉันว่าดีนะ ทำครบ เหมือนในพระสูตรเลย
พระท่านก็พาเดินทุกรอบ วัดก็จัดการได้ดี
แม้จะคนเยอะ แต่เราก็พยายามสำรวมกาย ใจ จิต เราให้ได้
เรียกว่า สงบ ท่ามกลางฝูงชน
 
 
 
จากนั้น เขาจะให้ไปกราบพระอีกสองจุด เป็นอันเสร็จพิธีบูชาพระบรมสาริกธาตุ
ซึ่งงานวัดที่วัดอินนี่ ต้องยอมรับเลยว่า เขาปรับตัวตามความต้องการของสังคม
มีจุดให้ไหว้พระเยอะมาก และทุกสาย ใครเป็นสายไหน
รับรองว่า มาที่เดียว ได้ครบหมด
ซึ่งเรื่องนี้ ฉันก็มองว่า เรามองข้อดีของมัน
ไม่ใช่พุทธพานิชย์
แต่มองว่า เป็นการเมตตาคนทุกจริต
และถ้าจะบอกว่า วัดหาเงินอย่างเดียวเลย อยากได้เงิน
ก็เลยอยากให้ถามตัวเองว่า แล้วถ้าเราไปอย่างเดียว เราไม่ได้ซื้อ เราไม่ได้เอาเงินใส่ถัง มีใครเขาว่าไหม
เราจะใส่บาทเดียว ก็ได้ ไม่มีใครว่า ขึ้นอยู่กับจิตศรัทธานะ
 มองแง่ดีดีกว่า สบายใจ
....
 
เมื่อมีจุดไหว้เยอะ ก็เลยจะพาไหว้ ตามลำดับนะ
จากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ไปไหว้พระพุทธ
จากนั้น ก็มาไหว้พระสงฆ์ คือ
สมเด็จโต วัดระฆัง และสวดชินบัญชร
ที่วัดอิน จะมีหอกลม ด้านในเป็นน้ำมนต์จากที่ต่างๆ มารวมกัน 381 แห่ง และที่ก้นบ่อน้ำมนต์ มีคาถาศักดิ์สิทธิ
และมีหุ่นสมเด็จโตให้เรากราบไว้

 
 
 
ที่นี่ ก็สวดชินบัญชร บูชาท่าน
กี่จบ ก็แล้วแต่เรา 
บางคนก็จะนั่งสมาธิ
 
ฉันก็ถือโอกาสนั่งสมาธิไปด้วย
แจ่มเลย 
 
 
 
แต่ด้านในหอกลม ค่อนข้างแคบมาก และหนาวแอร์
จะมาด้านนอกก็ได้นะ ก็จะเช่นสมเด็จโต อย่างนี้ล่ะค่ะ
 
 
 
วางพวงดอกไม้ ถวายบูชาท่าน
เวลาวาง เราก็วางอย่างมีสติ
วางให้ละเอียด งดงาม
แบบในภาพที่เห็น อิอิ 
 
 
 
จากนั้น ก็ไปไหว้พระประธานที่อุโบสถ 
 
 
 
ภาพเขียนสวย ร่วมสมัย และความหมายดีมาก
ฉันเห็นแล้วชอบ
ถือว่า ชอบลำดับต้นๆ ของวัดในกรุงเทพเลย
ใครเขียนนี่ เก่งนะ 
 
 
 
คนเขียน ตีความได้ร่วมสมัยด้วย
ด้านหลังพระประธาน ปกตินิยมเขียนเป็นภาพมารผจญ
แต่ที่นี่ วาดเป็นหลวงพ่อโต วัดอิน ฯ เน้นสีทอง ดูสวย 
 
 
 
ทวารบาล ก็งาม  
 
 
 
 
จากนั้น ก็ไปนมัสการ หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ฉันว่า คนที่เกิดวันพุธ กลางวัน ที่มีพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เป็นปางประจำวัน
ควรมาสักการะเป็นอย่างยิ่ง จะได้ยิ่งใหญ่ไง
 
ที่พูดนี้ อย่าอยากได้จริงนะ
แค่เอามาล่อ อยากให้มาไหว้พระ
ไม่ใช่มา เพราะอยากได้โน่น อยากได้นี่
แต่ให้มา เพื่อ
1. ให้จิตมีศรัทธา ยึดมั่นในบวรพุทธศาสนา เชื่อหลักกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
2. มาเพื่อให้ ถือว่ามาทำบุญ ไม่ใช่แลกกับโน่นนี่ แต่มาเพื่อให้ ให้การสนับสนุนสืบทอดพุทธศาสนา
ให้เพื่อให้วัดมีปัจจัยไปดูแลวัดตลอดปี ให้เพื่อสละกิเลส เงินทองมากมายที่เรามีอยู่
555 
 
 
 
เป็นพระที่ประดับด้วย โมเสก ทองได้อย่างสวยงาม
ในงานมีการถวายพระไตรคลุมพระด้วย
ครั้งละหนึ่งพันบาท เพราะผ้ายาวหลายเมตร
แต่ถ้าตังค์ไม่พอ ก็ไม่ต้องทำก็ได้
อนุโมทนาคนทำไป
แต่ไม่ใช่ว่า เห็นใครทำ แหมมมม ... อยากได้บุญเยอะสิเนี่ย หล่อนนน
 
 
 
 
ผู้คนมากมาย หลากหลายวรรณะ
เราแตกต่างกันได้
ต่างฐานะ
ต่างการศึกษา
ต่างปัญญา
ต่างสีผิว
ต่างความสวย ความหล่อ
 
แต่สิ่งที่ขอให้มีเหมือนกัน หรือเสมอกันก็คือ
มีศีลเสมอกัน
มีศรัทธาเสมอกัน
นะจ๊ะ
(นะจ๊ะของฉัน ไม่ใช่สายจานบินนะ) 
 
 
 
 
ไหว้หลวงพ่อโตเสร็จ
ก็ปิดทองท่าน นิยมปิดทองที่เท้า หรือที่เล็บ
ดูๆ แล้ว ก็น่ารักดีนะ
เหมือนทาเล็บให้ท่านเลย อิอิ
มีการวางด้วยดอกไม้ และวางเหรียญลงไปด้วย
 
ก็ไม่เข้าใจทำไมต้องปิดทอง และวางเหรียญเข้าไปด้วย
อันนี้ต้องค้นต่อ
 
 
 
ก็มีการทำบุญหลากหลายแบบ
หนึ่งในนั้นก็คือ ทำบุญกระเบื้อง
คนเยอะมาก วุ่นวาย
แต่ถ้าเราอยากทำบุญอย่างสงบ ท่ามกลางความวุ่นวาย เราต้องมีปัญญานิดหนึ่ง
 
อย่างฉัน ฉันเลือกที่จะไหว้ด้วยดอกไม้
แต่ไม่จุดธูป และเทียน เพราะมันมากเกินไป ก็ฟุ้ง รบกวน ทำให้จิตเราไม่สงบ
แล้วจุดๆ แล้ว เขาก็ต้องเอาออก กลายเป็นสิ้นเปลือง โลกร้อนอีก
 
เราก็แค่ไหว้ด้วยดอกไม้ แล้วปิดทองก็พอ
ส่วนอยากทำบุญอะไร ก็เอาที่แก่น
 
อยากทำบุญกระเบื้อง ก็ใส่เงินไปเลย
ไม่ต้องมานั่งเขียนชื่อหรอก
 
บอกท่านไปเลยด้วยคำอธิษฐาน
แหม เทวดาไม่ได้อ่านหนังสือออกอย่างเดียว
อ่านจิตออกด้วย
 
เพราะฉะนั้น เราส่งจิตถึงจิตไปเลย
ไม่วุ่นวาย 
 
 
 
 
จากนั้น ฉันเลือกไปไหว้ พระสังกัจจาย
เพราะว่าช่วงนี้อยากได้ลาภ
 
ไหว้ท่านนี่ เคยได้ยิน อยากได้อะไร ให้กระซิบที่หูท่าน
ก็ไปกระซิบที่หูท่านขอ
ตลกดีอ่ะ
 
สาเหตที่นับถือท่าน เพราะอ่านพุทธประวัติท่านแล้วชอบ
คือ ท่านนี่รูปงาม วรรณะสวย ใครเห็นก็หลงชอบ
ท่านกลัวคนหลง ก็เลยอธิษฐานขอเป็นคนอ้่วนซะเลย
น่ารักดี
 
คนอ้วนนี่ใจดีใช่ไหม เขาบอก
เมื่อใจดี เราก็ขอ อิอิ 
 
 
 
เห็นมีใส่บาตร 108 แก้ชง แก้เคล็ด แก้ซวย อะไรพวกนี้
เราก็ถามตัวเองว่า ทำไมต้องใส่เหรียญในบาตร
ก็เลยลองทำดูบ้าง ทำแล้วก็เข้าใจ
อ๋อ เป็นการฝึกสมาธินั่นเอง เพราะว่าใส่เหรียญทีละเหรียญ ๆ ในแต่ละบาตร ตามลำดับ
ก็ต้องมีสมาธินะ เสียงกิ๊กๆ แต่ละเหรียญ มันก็ทำให้สมาธิเราต่อเนื่อง
ก็เป็นกุศโลกบายฝึกสตินั่นเอง
เวลามีปัญหา มีความซวย เขาก็ไม่ได้แก้เคล้ดด้วยการใส่เงินในบาตรหรอก
แต่เขาสอนให้เรามีสตินั่นเอง
ใส่ไปทีละอัน ตามลำดับ เหมือนให้เราแก้ไปทีละขั้นๆ อย่าหยุด กว่าจะถึงจุดหมาย
ฉันว่ารหัสลับดาวินซีโค้ท ในการแก้ซวย แก้ชง มันอยู่ตรงนี้แหละ 
 
 
 
แล้ววัดอิน ก็อัญเชิญ เทพต่างๆ ในแบบพุทธ มหายาน จากจีนมาด้วย
เราเห็น ก็เห็นว่าท่านเหงา มาตั้งไกล
ไม่ค่อยมีคนมาทักทาย
 
เราก็คิดว่า ต้องทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี
ไปต้อนรับซะหน่อย 
 
 
 
ก็ไปกราบไหว้ท่าน
ถึงคนละนิกาย แต่ท่านก็เป็นนักบุญ เป็นเทพ
 
ไม่ใช่แค่ว่าเทพ ต้องเมตตา คน นะ
ฉันว่า คนก็ต้องเมตตา เทพ เหมือนกัน 
 
 
 
กราบสมเด็จโต
แม้จะเป็นแค่หุ่นขี้ผึ้ง
แต่ถ้าใช้จิตกราบ
ก็เหมือนได้กราบอริยะสงฆ์ 
 
 
 
ทำบุญพระเครื่อง ตามศรัทธา
หรือเป็นของขวัญที่ดี ไว้ฝากญาติมิตร 
 
 
 
 
 
นอกจากนี้ ยังมีบูรพกษัตริย์ไทย ที่ประกอบคุณงามความดี 
ถือว่า เป็นนักบุญให้เราสักการะ แสดงความกตัญญูด้วย
 
 
 
 
เจ้าแม่กวนอิม จากหยกขาว
บูชาด้วยการแตะสองข้าง แล้วเอาหน้าผากแนบ อธิษฐาน
ฉันลองทำแล้ว ชอบนะ
เพราะว่าเนื้อหยกเย็น เป็นการสัมผัส บำบัดที่ดีเลย
เหมือนเราได้สัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นกุศโลบาย ทำให้ใจเย็น จิตสงบ
 
 
ฉันบูชาท่านด้วยไข่มุกสีชมพู ที่เห็นในภาพ
เห็น สวยดี เลยเอามาฝากท่านค่ะ 
 

 
 
องค์จตุคามรามเทพ
ตั้งแต่ คุณสนธิ โดนเอ็ม 79 ถล่มนับร้อย แล้วไม่ตาย
โดนแขวนแค่จตุคามฯ แล้ว ก็ยอมรับว่า
ดิฉันขอกราบท่านด้วยคน อิอิ
 
....
 
บุญกุศลใดใด ที่ได้ทำด้วยศรัทธาจิต
ก็ขอให้เป็นเกราะกำบังสิ่งชั่วร้าย คนชั่ว ไม่ให้เข้ามาประสบพบเจอ
น้อมนำแต่สิ่งดีๆ ให้เข้ามา สาธุ 
 
 
งานมีถึงวันที่สิบนี้นะคะ ทั้งกลางวันและกลางคืน 
อย่าลืมไปไหว้กันนะจ๊ะ โยมมม 
 
(352716)
Last Updated ( Monday, 08 March 2010 20:07 )
 
๕ ธันวา มหาราช ค่ำคืนแห่งความปิติ PDF Print E-mail
Thailand
Written by Netnapa   
Sunday, 06 December 2009 19:30

อาจเป็นเพียง ถ้อยหนึ่งคำ ของคนหนึ่ง

จากใจซึ้ง ถึงสวรรค์ ชั้นเทพสรวง

ด้วยใจภักดิ์ รักองค์ ของชนปวง

คุณใหญ่หลวง แผ่เมตตตา ประชาไท


พ่อเป็นเทพ ของลูก ทั้งประเทศ

พ่อเป็นขวัญ ทรงเดช อันยิ่งใหญ่

แผ่นดินพ่อ ร่มเย็น เห็นเต็มใจ

ไม่มีใคร เหมือนพ่อภูมิพล มหาราชา
 
ซาบซึ้งคุณ พ่อหลวง ดวงเนตรรื้น
เมื่อค่ำคืน ลูกจุดเทียน ส่องทั่วหล้า
ประหนึ่งถ้อย ร้อยคำ นำวาจา
ให้ทั่วโลก เห็นพระบารมีธรรม
 
 
(ข้าพระพุทธเจ้า นางเนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา และครอบครัว) 
  
 
.... 
 
คืนวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๐๐๙
ฉันไม่พลาด ไปร่วมงานจุดเทียนชัย ถวายพระพร
 
 
 
ฉัน เปิ้ล ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ และพี่พิ้งค์ พิธีกรรายการ "วันนี้ที่รอคอย"
เราสามคน ปักหลักอยู่ที่ต้นถนนราชดำเนิน
 
 
 
เราเตรียมตัวกันตั้งแต่ห้าโมงเย็น
ผู้คนหนาตาขึ้นเรื่อยๆ
เราตามไปสมทบ
แล้วเวลาทุ่มครึ่ง
เราก็ร่วมจุดเทียน และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
 
 
 
เทียนเล่มน้อยของเราเปล่งแสง
เมื่อบทเพลงจบลง
 
ฉันไม่ลืม ร้องไชโย ไชโย ไชโย
ขอทรงพระเจริญ ขอทรงพระเจริญ ขอทรงพระเจริญ
 
ร้องออกมาดังๆ
อย่างตั้งใจ
ไม่อาย
 
เพื่อนเปิ้ล บอกว่า ฉันทำ "เยอะ"
ฉันเป็นต้นเสียงที่ถนนราชดำเนินให้ร้องไชโยด้วยซ้ำ
 
 
ฉันเป็นคนเดียวกับที่เมื่อพลุจุดขึ้นมาจากจุดตั้งต้นที่ห่างเราไม่เกินสิบเมตร 
ฉันร้อง อ๋ายยย แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเพราะกลัวเสียงพลุ
คนอื่นเขางามกัน แต่ฉันกลัว
 นี่แหละ คนอย่างฉัน
บ้าๆ เหลือๆ ขาดๆ เกินๆ
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากชมพลุแล้ว เราไปโรแมนติกกันที่ร้านกินลมชมสะพาน จนถึงหกทุ่ม
แล้วก็เดินชมไฟที่ถนนราชดำเนิน
 
วันต่อมา วันที่ ๖ ฉันก็ออกจากบ้านไปดูไฟอีก
วันที่ ๗ กะว่าจะไปชมดนตรีประกอบเสียงสีให้ได้
 
ก็ในเมื่อเวลาอยู่เมืองนอก
เวลามีโอเปร่ากลางแจ้งที่ศาลาว่าการกรุงเวียนนา
ที่เมืองซาลบวร์ก
ฉันยังดั้นด้นไปดู
แต่อันนี้เป็นคณะดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ฉันจะพลาดได้อย่างไร
เพื่อนๆ บอกว่า ฉันเป็นคน "เยอะ"
 
ก็จริงมั๊งง
เพราะพรุ่งนี้จะไปจองที่นั่งตั้งแต่ห้าโมงเย็น
พร้อมเก้าอี้ชายหาด
 
การเดินทางมากๆ
ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของบ้าน
กิจกรรมรอบๆ บ้าน
และพบว่า ถ้าเรามีความสุขกับบ้าน
เราไม่ต้องไปไหน
ของดีอยู่ที่บ้าน
และรอบๆ ตัวเรา
ที่สำคัญ "ฟรี"
 
 
 
แผนการณ์ไปร่วมจุดเทียนชัย ในคลื่นมหาชนมหาศาลของเราคือ
เอารถไปจอดตั้งแต่ก่อนสี่โมงเย็น
นวดเท้ารอ
กินข้าวรอ
จนทุ่มนึง เริ่มเดินไปถนนราชดำเนิน
เลือกรอบนอก
ไม่เอาส่วนกลาง
เพราะไม่งั้นแน่นตายแน่ สำหรับคนที่กลัวคนเยอะๆ อย่างเรา
 
เราเลยเลือกที่ีรอบนอก ตรงต้นถนนราชดำเนิน จรดแยกสนามหลวง
ไม่ต้องแทรกตัวไปส่วนกลาง คือ ข้ามถนนหลากหลายแส้นไปตรงสนามหลวงก็ได้
 
วิธีเอาชีวิตรอด แบบชิล ชิล และโรแมนติกคือ
เมื่อจุดเทียนเสร็จ
เราไม่เดินหลามไปตามคลื่นชนที่พากันเดินเข้าไปยังใจกลางราชดำเนิน เพื่อตรงไปยังลานพระบรมรูป
แต่เราตัดเลือกออกทางลัดที่หลังกองสลาก ทะลุถนนข้าวสาร ในทันที
แล้วไปกินไอติมสเวนเซ่นหลังวัดบวร
 
 
จากนั้นเดินต่อไปที่ร้านกินลมชมสะพาน ตรงสามเสน
ให้เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืนกว่า
คนและรถเริ่มซา และถนนเปิดแล้ว อีกสักพัก ประมาณครึ่งชั่วโมง รถจะหายติด
ค่อยออกมาเดินชมไฟที่ราชดำเนิน ซึ่งคนเริ่มซาแล้ว
และให้ขับรถกลับทางเส้นราชดำเนิน ทะลุนางเลิ้งเลย อย่ากลับทางเทเวศน์
เพราะคนจะเน้นออกทางนั้นเยอะมาก แต่คนกลัวราชดำเนิน เลยไม่มากัน ที่ไหนได้ ถนนโล่งค่ะ 
 

 
 
 
ช่วงหนึ่ง มีการจุดพลุเพิ่มตอนดึก แถววัดบวรฯ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกม๊ากก
 
 
เราเดินอยู่แถววัดบวร ได้ดูพลุใกล้ๆ
 
 
พลุตามเรามา สวยจัง
 
 
 
พอกินมื้อโรแมนติกที่ร้านกินลมชมสะพานเสร็จ (ซึ่งคนไม่เยอะเลย เพราะว่าขาประจำไม่มา ขาจรก็ไม่รู้)
รอจนเที่ยงคืน จึงเดินออกมาดูไฟที่ราชดำเนิน
นี่แหละ วิธีการชิล ชิล และแผนการณ์อันโรแมนติกของเรา :)
 
 
คนไม่เยอะเกินไป เห็นมะ
 
 
ไปเรื่อยๆ
 
 
เดินรอบดึก ดีกว่านะ 
 
...
 
ฉันขอแนะนำแบบโรแมนติกๆ เลยว่า
กิจกรรม ห้าธันวา มหาราช ของทุกปี
เป็นกิจกรรมที่คู่รัก หรือเพื่อนรัก ควรจะมาเฉลิมฉลอง
เพราะบรรยากาศดี
ปีหนึ่ง มีเพียงหนเดียวเท่านั้น ห้ามพลาด
ไม่ต้องกลัวคนเยอะเลย
... 
ที่นี่ คุณจะได้เห็นความรักในในหลวง
เห็นไฟอันสวยงาม
ได่้เห็นย่านโอลด์ทาวน์ของกรุงเทพฯ
ได้เห็นพลุ
บรรยากาศของการเฉลิมฉลอง 
ได้เห็นผู้คน และค่ำคืนแห่งแสงไฟ อันเย็นสบาย สวยงาม
เพียงแต่จัดการเวลา และจังหวะอย่างแผนที่ฉันแนะนำมาต้นๆ
 
แล้วคุณจะได้ความทรงจำดีๆ กลับไปมากมายค่ะ
 
เห็นไหมว่า กรุงเทพฯ น่าอยู่แค่ไหน 
(281802)
เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา
เขียน : ค่ำคืนอันโรแมนติกในกรุงเทพฯ  
 
ปล. แล้วเราจะกลับไปต่อเรื่อง โรแมนติกในอยุธยา ต่อนะคะ ในครั้งต่อไป :)
Last Updated ( Sunday, 06 December 2009 20:33 )
 
More Articles...
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Next > End >>

Page 1 of 33

ทริปสงกรานต์ 9-17 เมษายน


 
 
นั่งรถไม่นาน เส้นทางสายสวย และใช้เวลาดื่มด่ำกับที่เที่ยวแบบพอดี ไม่น้อยเกินไป ไม่เร่งรีบมากเกินไป มีเวลาชื่นชมสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ และไปอย่างสะดวกสบาย เที่ยวเมืองไฮไลต์ในเช็ค เมืองเล็กน่ารักในออสเตรียและเยอรมัน เส้นทางกลับ เราจะขึ้นเครื่องกลับไทย แวะเที่ยวเวียนนา
 

Last Updated on Tuesday, 13 February 2007 10:59 จองทริปสงกรานต์...

คำถามที่ถามบ่อย

เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด 

จริงๆ แล้ว เที่ยวได้ทุกเวลา ถ้าอยากเที่ยวนะคะ เพราะว่าปรากสวยทุกฤดู ไปคนละแบบ ช่วงสงกรานต์ก็ถือว่าเป็นต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศแปรปรวน อาจฝนชุก หรือหนาว ลมกรรโชก หรืออากาศดี ต้องเช็คอากาศก่อนเดินทางหนึ่งอาทิตย์ค่ะ  ส่วนปิดเทอม ตุลาคม ใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูใบไม้ร่วง สวยแบบเย็น จะฉลองปีใหม่หรือคริสมาสต์ ช่วงต้นปีสองเดือนแรก จะหนาวค่ะ มืดเร็ว เที่ยวทรมานไปหน่อย แต่คนน้อยดี เอาล่ะค่ะ อยากมาช่วงไหน ก็มาโลด เพราะฤดูกาลไม่จำกัดการเที่ยวค่ะ 

 

การแลกเงิน
ที่เช็คใช้เงินโครนและเงินยูโร (เงินยูโรใช้ไม่ทุกที่) นะคะ ดังนั้นให้แลกบาทเป็นยูโรมาจากเมืองไทย แต่ถ้าใช้เงินไม่มาก การกดเงินสดจากบัตรเอทีเอ็มที่ใช้กดต่างประเทศได้ ก็สะดวก เพราะเสียค่ากดครั้งละ 100-200 บาท และไม่ต้องไปแลกให้ยุ่งยาก ส่วนการแลกเงิน ที่ปรากมีร้านรับแลกชัดเจนตามสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ควรตรวจเช็คหลายๆ ร้าน เพราะอัตราต่างกันพอสมควร ส่วนใหญ่จะอ้างว่าไม่คิดค่าแลก แต่ก็มีอัตราที่บวกไว้แล้วล่ะค่ะ บางร้านจ่ายด้วยยูโร เราได้เปรียบ บางร้านจ่ายด้วยเงินโครน เราได้เปรียบ เตรียมเครื่องคิดเลขไว้ใกล้ๆ มือเลยนะคะ 
 
การเดินทางในเช็ก
เมโทรและแทรมสะดวกค่ะ เมโทรไปถึงทุกที่ท่องเที่ยว ไม่ต้องห่วง เมโทรปรากมีแค่สามสายเอง ไม่งงค่ะ ไม่งง ส่วนแท็กซี่กรุงปรากขี้โกงมาก อย่าเสี่ยงชีพเป็นดีที่สุด จากสนามบินปราก เข้าสู่ตัวเมือง ง่าย เพราะสนามบินเล็ก มีทั้งบัส และรถตู้สนามบินที่จะไปส่งท่านถึงที่เลย แต่ต้องออกเป็นรอบๆ หรือรอเต็มคันก่อน (คุ้นๆ มั๊ย) 

เตรียมพอคเก็ตมันนีเท่าไหร่ดี
เกี่ยวกับบัดเจทค่าอาหาร และชอปปิ้ง แบบสบายๆ นั้น หริ่นคิดว่า ไม่น่าจะเกินท่านละสามหมื่นบาทนะคะ ถ้าไปประเทศอื่นๆ ใกล้เช็คด้วย หรืออย่างต่ำ ถ้าจะจำกัดงบ ก็ประมาณหนึ่งหมื่นบาท  ปานกลางก็สองหมื่นบาทค่ะ
 
ซื้ออะไรฝากเพื่อน
ของที่ระลึกแต่ละที่จะทั่วๆ ไปนะคะ หนังสือท่องเที่ยว โปสดการ์ด เซรามิค ที่ติดตู้เย็น ตุ๊กตา  ฯลฯ อันนี้ไม่ได้เป็นสินค้าท้องถิ่น แต่ก็เห็นจะซื้อกันทุกที่ เพื่อเป็นที่ระลึก ราคาก็ให้คูณสามเท่าของบ้านเราค่ะ ส่วนสินค้าท้องถิ่นที่เช็ค จะเป็นพวกคริสตัล แบบเครื่องประดับ และพวกถ้วยชาม ฯลฯ และของเล่นไม้ ที่เยอรมันและออสเตรีย ไม่มีอะไรเฉพาะ เป็นของที่ระลึกทั่วไปค่ะ แต่ก็จะเป็นซื้อกันตลอดเกือบทุกที่ ดังนั้นก็จะเสียตังค์กันเกือบทุกที่เหมือนกันค่ะ
โปสการ์ด ราคาประมาณ 50 บาท, ที่ติดตู้เย็น   100-200 บาท, หนังสือท่องเที่ยว 500 บาท, แก้วใสข้างในเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 1000 บาท, ตุ๊กตาตัวเล็ก ใส่เสื้อสถานที่ท่องเที่ยว 500 บาท, กระเป๋าที่ระลึก 500 บาท,เสื้อที่ระลึก 500 บาท,คริสตัล สร้อยประดับ 500 บาทขึ้นไป 
 

สายการบินอะไรไปถึงปราก

จากกรุงเทพฯ ไปถึงปราก ไม่มีสายการบินตรงนะคะ  ต้องเปลี่ยนเครื่องเสมอ บินสบายสุดคือ เอว่าแอร์ เปลี่ยนเครื่องที่เวียนนา รอเครื่องแค่สองชั่วโมง บินถึงปรากเช้า ไปเที่ยวต่อได้เลย สายการบินออสเตรียน ก็บินเหมือนเอว่า แต่เครื่องเก่ากว่า แต่แอร์ดุจัง ราคาสองสายการบินนี่สูสีคะ ส่วนสายการบินลุทฮันซ่าไปเปลี่ยนเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์์ต ไม่นิยมเพราะตั๋วราคาแพง อ้อ ถ้าจะไปการบินไทย ต้องเปลี่ยนเครื่องที่ปารีสค่ะ แล้วบินต่อด้วยแอร์ฟรานซ์แพงขึ้นมาอีก ถ้าบินถูก ก็เตอร์กิสแอร์ไลน์ เปลี่ยนเครื่องที่ตุรกี แต่รอเครื่องนานมากกหกชั่วโมงแน่ะ อย่างไรก็ตามเครื่องใหม่ทันสมัยค่ะ และไปถึงปรากเช้าเหมือนกัน สายการบินรัสเซียไปเปลี่ยนเครื่องที่มอสโคว์ เครื่องเก่าแต่ราคาถูก แถมอาจแวะเที่ยวรัสเซียได้ เพราะคนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าเข้ารัสเซีย สายการบินการ์ต้าก็มีเข้าปรากนะคะ ลองเช็คราคาดู

 

ขอวีซ่าเข้าเช็กยากมั๊ย 

ในทัศนะของหริ่นที่พาญาติและเพื่อนๆ รวมลูกค้า ขอวีซ่ามาแล้วกว่าครึ่งร้อยคน ผ่านทุกคน เคล็ดลับคือ อย่ามึน เตรียมเอกสารให้ครบค่ะ หากต้องการมืออาชีพ ใช้บริการบริษัทหริ่นได้นะคะ :) ไม่เอา ไม่น้อยใจ วันหลังจะอัพเดท วิธีขอวีซ่าให้ค่ะ เรื่องมันยาว 

 

หนังสือท่องเที่ยวเช็กแนะนำ 

มี "ปรากในรอยหนาว" พาเที่ยวทุกสถานที่สำคัญในปรากนะคะ ตอนนี้หาซื้อยาก ต้องสั่งซื้อกับซีเอ็ดค่ะ หนังสือเหลือน้อย แต่ยังพอมีอยู่ และ "13 ปราสาทเล็กโรแมนติกในสาธารณรัฐเช็ก" เขียนโดยหริ่นทั้งสองเล่ม เล่มหลัง ติดต่อซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์ค่ะ หนังสือยังมีอยู่ หากสนใจอยากซื้อ e-book ติดต่อ rin@netnapa.net นะคะ

ยินดีต้อนรับค่ะ :)

 

ยินดีต้อนรับค่ะ ทุกๆ ท่าน หริ่นไปๆ มาๆ ระหว่างไทย กับเช็ก นะคะ เปิดบริษัทที่เช็กไว้ต้อนรับท่านที่สนใจอยากเที่ยวเช็ก และประเทศในแถบนี้ ลองคลิกๆ อ่านทำความรู้จักกันก่อน มีอะไรก็เมล์มาถามได้นะคะ ขอบคุณค่ะ

ของขวัญปีใหม่ จากพี่ๆ รายการสุริวิภา

งานเปิดตัวหนังสือเที่ยว ๑๓ ปราสาทเล็กโรแมนติก ในสาธารณรัฐเช็ก

"ปรากในรอยหนาว"​ และ "๑๓ ปราสาทเล็ก โรแมนติกในเช็ก"

 
สอบถามและสั่งซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์, ซีเอ็ด และร้านหนังสือทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโดยตรงจากสำนักพิมพ์ ติดต่อ คุณวิศวะ โทร. 086-582-7786
เวบไซต์ www.octpublishing.com
 

NETNAPA' S WEB GUIDE

เวบท่องเที่ยว

http://www.virtualtravel.cz

เซอร์เวย์สถานที่ก่อนไปจริงแบบสามมิติ

 

เช่ารถ

http://www.123-praha.com/

 

 

จองโรงแรมทั่วยุโรป

www.booking.com

สะดวกสุดแล้ว ใช้บัตรเครดิต ไม่ตัดเงิน 

จองอย่างเดียว แล้วจ่ายเมื่อเช็คอิน

 

เช็คแผนที่

http://mapy.cz/

 

เดย์ทริปในปราก

http://martintour.cz

 

จองตั๋วเครื่องบินในยุโรป

 

จองตั๋วรถไฟในยุโรป

 

จองตั๋วรถบัสในยุโรป

 

 


ใครเคยเที่ยวเช็กกับหริ่น

มากมายเรื่องเล่า ความประทับใจ ภาพสวย ชมภาพคลิกที่นี่ค่ะ