
Credit foto : http://cdni.condenast.co.uk/646x430/o_r/prague_cnt_6nov09_istock_b.jpg
บางครั้งการที่จะเอาตัวให้รอดในเมืองปรากนั้น ก็ต้องอาศัยจิตวิญญาณแห่งความเป็นโบฮีเมี่ยนให้มาก เพราะเมื่อเดินไปตามกรุงปราก จะพบกระจกสีและโปสการ์ดรูปหญิงสาวโบฮี่เมียนที่ดูลึกลับและมีเสน่ห์ พร้อมๆ กับมีคำถามว่า “โบฮีเมี่ยน” เกี่ยวข้องประการใดกับเมืองปรากและชาวเมือง
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเหมารวมว่าชาวเมืองปรากทั้งหญิงและชายเป็นพวกโบฮีเมี่ยน ภาพลักษณ์ของพวกโบฮีเมี่ยนนั้นเป็นพวกที่ตัดขาดออกจากสังคม บางส่วนจะเป็นพวกที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง บ้างก็กล่าวว่า โบฮีเมี่ยน เป็น “ยิปซีทางตัวอักษร” , โบฮีเมี่ยนก็คือ “ผู้ที่เปิดใจให้กับสิ่งที่ผิดปกติวิสัย” หรือ “โบฮีเมี่ยนไม่ใช่คนเลวเสมอไปทุกคน” ทุกวันนี้ โบฮีเมี่ยนมักหมายภาพศิลปินไส้แห้งที่อาศัยอยู่ตามห้องใต้หลังคาอย่างที่มักจะพบเห็นได้บ่อยๆ จากละครโอเปร่าชื่อดัง หรือหมายถึงพวกที่รักอิสระเสรี
ณ ร้านหนังสือในย่านที่ไม่ใช่ย่านนักท่องเที่ยว หนังสือเล่มหนึ่งนักเขียนนามอุโฆษอย่าง Jaroslav Hasek คือหนังสือเรื่อง The Good Soldier Svejk วางอยู่บนชั้น เมื่อกลับมาค้นข้อมูลของนักเขียนโบฮีเมี่ยนชื่อก้องแห่งกรุงปราก ฉันก็พบว่าสไตล์แบบโบฮีเมี่ยนผู้นี้เป็นผู้ที่ไม่ศรัทธาในกฎหมายและแน่นอน เขาเป็นนักดื่มตัวยง
Hasek เริ่มทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็เริ่มจับงานเขียนจนโด่งดังภายใต้นามแฝงเช่น musk-rats ซึ่งตัวเขาเองมักจะใช้เขียนหนังสือประเภทแสดงความคิดเห็นที่รุนแรง ถึงแม้ว่าจะมีผู้คนมากมายไม่ชอบแนวคิดของเขาก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถหยุดงานเขียนของเขาที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองอื่นๆ และประวัติศาสตร์ทางการเมืองได้
ผลงานส่วนใหญ่ของ Hasek จะส่อออกไปในทางตลกชวนหัวมากกว่า แต่บางครั้งก็จริงจังเป็นคนละคน เขาได้สร้างสรรค์ตัวละครที่เป็นอมตะขึ้นมาในนิยายเรื่อง The Good Soldier Svejk ของเขา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนำมาจากประสบการณ์เฉียดตายตามบาร์เหล้าของตัวเขาเอง ส่วนเนื้อหานั้นก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าเรื่องของพวกนักเขียนห้องใต้เพดานไส้แห้งและพวกยิปซีนักผจญภัยทั้งหลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลงานของเขาก็แสดงให้เห็นถึงส่วนดีของวีรบุรุษแบบขวางโลกได้อย่างชัดเจน
กล่าวสำหรับคำว่า โบฮี่เมี่ยยน ที่จริงแล้วโบฮีเมี่ยน (Bohemian) เป็นชื่ออาณาจักรที่ก่อตั้งขึ้นในศตวรรษที่ 8 โดยราชวงศ์ Premysl และยังใช้เรียกผู้คนที่อยู่ในพื้นที่และช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย
ในยุคต้นศตวรรษที่ 15 ดินแดนโบฮีเมียนั้นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดบนแผ่นดินยุโรป นายพลตาเดียวผู้ยิ่งใหญ่นาม Jan Zizkaได้นำกองทัพม้าบุกเข้าใส่ผู้รุกรานจนถอยร่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับโจน ออฟ อาร์ค มีชื่อเสียงขึ้น แต่นางเองก็เคยพ่ายแพ้ให้แก่โบฮีเมียมาก่อนเช่นกัน
ในตอนนั้น ชนชาวคาธอลิคต่างก็ยกย่องให้กองทัพ Hussite ครอบงำ ภาษาต่างๆ ในยุโรปต่างก็เชื่อมโยงถึงคำว่าโบฮีเมี่ยนแทบทุกภาษา เปรียบเปรยกันว่าอำนาจและอิทธิพลของนายพล Jan Zizka เหนือกว่าเหล่าโป๊ปทั้งหลายที่ว่าสูงสุดในยุคนั้นเสียอีก
ต่อมามีการใช้ศัพท์คำนี้ไปเชื่อมโยงกับพวกยิปซี โดยเชื่อกันว่าพวกยิปซีนั้นมารากฐานมาจากพวกโบฮีเมี่ยน หรืออย่างน้อยก็เคยเดินทางรอนแรมผ่านดินแดนโบฮีเมียมาก่อน
นอกจากนี้ยังมีนิทานที่เล่าถึง “การก่อตั้งเมืองใหม่แห่งกรุงปราก” เล่าว่า ยามเย็นวันหนึ่งเมื่อนานแสนนานมาแล้ว กษัตริย์โบฮีเมี่ยน และจักรพรรดิโรมันแห่งตระกูล Premyslides พระนามว่า Charles IV พระองค์กำลังประทับนั่งอยู่ตรงหน้าต่างบานหนึ่งของปราสาทแห่งกรุงปราก เมื่อทั้งหมดกวาดสายตามองไปยังเมืองที่ตั้งอยู่เบื้องล่าง ซึ่งความงดงามของมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามอัสดง ขณะที่หิมะปกคลุมไปทั่วหลังคาบ้านเรือนแลเห็นเป็นสีเงินยวงระยิบพราวเมื่อต้องแสงตะวัน
กษัตริย์โบฮีเมี่ยน ทอดพระเนตรอาณาจักรของพระองค์ด้วยความพอพระทัยยิ่ง เช่นเดียวกับเจ้าหญิง Libuse ต่อมา พระองค์ได้ทรงมีรับสั่งให้โหรหลวงมาทำนายถึงอนาคตของกรุงปรากแห่งนี้ โหรหลวงนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงกราบบังคมทูลว่า
“หากพระองค์มีรับสั่งให้ข้าฯพูด ข้าฯก็จะแจ้งให้ทราบตามที่ข้าฯรู้ กระนั้น ข้าฯพระองค์ก็ยังอยากให้พระองค์ทรงตัดสินพระทัยอีกสักครั้งเถิด...”
เมื่อกษัตริย์ตรัสย้ำว่าต้องการรับรู้คำทำนาย โหรหลวงจึงกล่าวว่า “ชะตาของเมืองถูกกำหนดเอาไว้บนฟากฟ้า ซึ่งเหนือกว่ากำลังของเราที่จะหยั่งรู้ได้เอง ดวงดาวทั้งหมดสามารถบ่งบอกลิขิตแห่งฟ้าได้ ขอเดชะ ดวงดาวแสดงผลออกมาแล้วว่า ลางร้ายกำลังคืบคลานเข้าปกคลุมเมือง...เมืองที่อยู่ต่ำลงไปจากปราสาทที่เรียกกันว่า “เมืองส่วนน้อย” (the Little Quarter) จะถูกเพลิงเผาผลาญสิ้น ส่วนฝากฟั่งตรงกันข้ามในเขตเมืองเก่า จะถูกอุทกภัยทำลายสิ้น เมืองปรากทั้งเมือง...จากลิขิตแห่งฟ้านั้นจะราบพนาสูญ!”
กษัตริย์โบฮีเมี่ยนทรงนิ่งเงียบไปขณะหนึ่ง พระองค์กวาดพระเนตรไปยังผู้เข้าฟังทั้งหมดจนทั่ว แล้วตรัสว่า “เจ้าคงจะผิดพลาดเสียแล้ว โหรหลวง เมืองปรากอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะต้องไม่มีวันมลายเป็นแน่ สิ่งที่เจ้าทำนายอาจจะเป็นแค่เพียงสิ่งที่คัดลอกมาจากตำราโหราศาสตร์เท่านั้นเอง เราจะหาที่ตั้งเมืองใหม่ที่อยู่เหนือกว่าเมืองเก่า และเมืองใหม่นี้จะไม่มีวันล้มสลายอย่างเด็ดขาด”
ณ เวลานั้น พระองค์ตรัสถึงเมืองใหม่ที่ไม่มีผู้ใดสักคนเข้าใจได้ ไม่มีใครรู้ว่าอีกนานเพียงไรจึงจะเป็นจริง ทุกคนสงสัยว่า แล้วประตูเมืองจะอยู่ที่ใด หรือบางทีอาจจะเป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันของคนเป็นกษัตริย์เท่านั้นเอง
แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นการก่อตั้งเมืองใหม่แห่งกรุงปรากในเวลาต่อมา
text by Netnapa Janeckova © 2010 copyright by SUN MOON TREE





คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
คุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น