Netnapa.net

Font Size

Screen

Profile

Layout

Direction

Menu Style

Cpanel

บ้าน คือ สวรรค์ของคน

E-mail Print PDF

 
ซุปของคุณชาย
เธอกินอย่างนี้ ทุกวันมาสี่เดือน
รู้ไหม น้ำหนักลดไป 25 กก.! 
จากสี่เดือนก่อน หนัก 110 กก. ตอนนี่้ 83 กก. หล่อขึ้นมาเลย
 
 
อาหารของฉัน
 
 
เครื่องปรุงของฉันค่ะ
 
 
มื้อง่ายๆ ของเรา 
 
 
ถึงเวลาเขียนบลอกอีกแล้วสิ... ช่วงนี้อากาศที่เช็ก เริ่มเย็นยะเยือกแล้ว ความอยากตะลอนไปไหนๆ มันลดลงอัตโนมัติ พร้อมกับความอยากอยู่บ้านอุ่นๆ แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว
 
อาทิตย์ที่ผ่านมา ชีวิตของเราสอง ฉันกับคุณชาย เราไม่ได้ไปไหน ... เที่ยวในบ้านของตัวเอง แล้วก็มีความสุขจริงๆ หลังจากไปตระเวนดูปราสาท ก็ควรถึงคิวดูบ้านหลังเล็กๆ ของตัวเองบ้าง 
 
เป็นอันว่า เราจับมือกัน ว่าจะใช้วีคเกน เป็นวันพักผ่อนอันขี้เกียจ แล้วฉันก็นั่งหน้าคอม ทำรูป ทำอะไร ไปเรื่อยเปื่อย จนกลายมาเป็นเวบอย่างที่เห็นตอนนี้ล่ะ มีลิงค์ มีการกรุ๊ปประเด็นให้เรียบร้อย .. ส่วนคุณชายร้ายกว่าฉัน ซุกตัวให้เตียงนอนที่ห้องนอน แล้วก็ดูซีรีไซไฟรวด 6 ตอน แบบว่าฉันเห็นอาการแล้ว ก็เลยเสิร์ฟมื้อเย็นให้เธอถึงเตียงนอนเลย แบบไม่ต้องไปไหน 
 
บรรยากาศของบ้านที่เราอยู่ โดยไม่ต้องไปหาความสุขข้างนอก ข้อแตกต่างคือ "มันไม่เหนื่อย" ไม่ต้องขับรถ ไม่ต้องเดิน และมันคุ้นชิน มันเลยกลายเป็นการเที่ยวที่อบอุ่น ฉันเปิดหน้าต่างห้องนอนหรา ทั้งวันทั้งคืน ให้อากาศถ่ายเท คุณชายเลยเหมือนได้นอนในรีสอร์ทอากาศดี เพราะแม้นบ้านเราจะไม่หรูหรา  แต่ว่าเงียบสงบ และบ้านตั้งอยู่บนเนิน เลยเห็นวิวไปไกลพอสมควร
 
"การเปิดหน้าต่างหรา" นับว่าเป็นการเพิ่มมิติแห่งความสุข ในมุมที่ว่า บ้านเราก็เป็นบ้านพักต่างอากาศได้นะ เพียงแค่เปิดหน้าต่างเท่านั้นเอง ยิ่งตอนกลางคืน ในนอนสูดอากาศชื้น ตุ๊บผ้าห่ม มันสบายเหมือนอยู่ในแอร์เย็นฉ่ำดี ชอบอ่ะ สดชื่น
 
วันต่อมา วันอาทิตย์ (ของมื้อสัปดาห์ก่อน) ฉันบอกคุณชายว่า เราห่อเสบียง แล้วขับรถไปเรื่อยๆ เห็นมุมน่านั่ง แล้วเราก็นั่งปิกนิกกันนะ ปกติคุณชายไม่มีทางยอมแน่ๆ เรื่องติดดิน แต่ช่วงนี้เธอเห็นว่า ฉันเจ้ากี้เจ้าการ จัดการความสุข และระเบียบต่างๆ ในบ้าน แบบเห่อเหิม ก็คงขี้เกียจขัด เลยเออออ
 
ฉันเลยจัดการแพคอาหารใส่ตระกร้า แบบว่าเหมือนในหนังเลย (แค่นั้นก็เริ่มมีความสุขอีกแล้ว) แล้วก็เลยลองเอาเสื่อที่ซื้อมา ไปซ้อมปูดูขนาดของมัน ที่ระเบียงบ้าน เท่านั้นแหละ เฮ้ย! เราจะไปหาที่ปิกนิกที่ไหนไกล ในเมื่อบรรยากาศตอนเย็นที่บ้าน ณ ตอนนั้น ถือว่าสุดยอดแล้ว เห็นพระอาทิตย์ตกในมุมฟ้าเปิด ฟ้ากว้าง อีกอย่างเราก็ไม่เคยปิกนิกในสวนระเบียงบ้านตัวเองเลย ทำไมไม่ลองก่อนล่ะ
 
เข้าที่ ก็เลยได้ปิกนิกที่ระเบียงบ้าน โรแมนติก และเป็นส่วนตัวดีนะ ทำให้รักบ้านมากขึ้นด้วย มีความสุขกับการอยู่บ้าน
 
....
 
ความสุขแบบจัดสร้างอย่างนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าตัวเองกระแดะสร้างสรรค์เกินไปหรือเปล่า แต่ ณ วันนี้ ลองทำดู ก็พบว่าจัดการได้ง่ายๆ ไม่ยาก ขอแค่ใส่ใจ และลองทำดู อีกอย่างคุณชายก็ไม่ขัด แต่ละวัน ฉันจึงมีโจทย์ให้ลองคิดว่า เราจะสร้างสรรค์ชีวิตให้น่าอยู่ในมุมง่ายๆ ได้อย่างไร
 
พูดไปแล้ว สิ่งอื่นๆ ที่ฉันจัดการก็ เช่น ลดความถี่ในการไปซุปเปอร์มาเก็ตลง เป็นอาทิตย์ละครั้ง นั่นหมายถึง จะตุนอาหารสำหรับกินพอเพียงหนึ่งอาทิตย์ จากแต่ก่อน ที่เราชอบซื้อเกือบทุกสองวัน มากบ้าง น้อยมาก ตามแต่นึกออก บางวันน่ารำคาญมากเลย ตระเวนไปหลายที่ เพื่อซื้อโน่น ซื้อนี่ ทั้งวัน เสียเวลาไปมากๆ ตอนนี้ เลยชัดเจนว่าเป็นหนึ่งอาทิตย์ เราจะซื้อของ
 
การมีสติในการจัดการอาหารสด ทำให้ลดทั้งค่าใช้จ่าย ลดของเสียเน่า และทำให้มีสติกับการจัดการ จัดมื้ออาหาร พอทำไปแล้ว ก็พบว่า ฉันกับคุณชาย เรากินแค่วันละมื้อ และกินง่ายๆ ทุกวัน คุณชายกินมะเขือเทศปั่น ซุปผัก และสลัดผลไม้ การซื้อของเข้าบ้านเลยง่าย ทุกอาทิตย์ก็ซื้อเหมือนเดิม การทำของฉันก็ง่าย เพราะทุกๆ วันก็ทำเหมือนเดิม ส่วนตัวฉันเอง ก็กินง่ายๆ อาหารมื้อเดียว
 
ในที่สุด เราก็พบว่า ที่ซื้ออาทิตย์ละครั้ง สตอคอาหารก็ยังกินไม่หมด เราสองคนกินง่ายจริงๆ อาทิตย์หนึ่ง ค่าอาหารไม่ถึงสี่พันบาทเลย จากแต่ก่อน ช่างน่าตกใจ ฉันเคยไปซื้ออาหารสดที่ตลาดเวียดนาม ครั้งละสองหมื่นบาท, ต่อมาหมื่นกว่าบาท, ว่าสุดตอนไม่ได้จัดการ ก็ซื้อแบบเผื่อใช้ ก็หมดอย่างน้อยครั้งละห้าพัน ... เจ้าของร้านเวียดนามจะดูแลฉันดีมาก เพราะซื้อมากกว่าร้านอาหารไทยเสียอีก พอตอนนี้ซื้อน้อย เลยเป็นงง
 
การกินง่ายๆ ทำให้เราไม่อ้วน แล้วก็ลดภาระเรื่องการทำ การกิน ไม่เสียเวลากิน ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น การที่เราสองคนทำได้ เพราะไม่ติดในรสอาหารเท่าไหร่ สำหรับเราสองคนไม่จำเป็นต้องหาความสุขจากการกิน แค่กินเมื่อหิว และกินสิ่งที่ไม่มากเกินไปจนเป็นภาระหรือสารพิษต่อร่างกาย เน้นกินของดีที่ให้สารอาหารครบ
 
ฉันเองก็กินไม่เก่ง ไม่ชอบกินเยอะๆ มันแน่นท้อง แล้วเราสองคน กินแค่คนละมื้อ คือ มื้อเย็น ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ ฉันไม่ปวดท้วง ไม่เป็นโรคกระเพาะ บางทีก็คิดว่า เรากินแบบพระเลย และคิดว่าการกินน้อยคงไม่ใช่ผลเสียร้ายแรง
 
....
 
เรื่องที่จัดการอันดับสอง คือ น้ำมัน,​ ปกติรถเราจะหนักหน่อย เติมน้ำมันทุกสามวัน ครั้งละสามพันกว่าบาทไทย แต่ต่อมา ฉันขับเองเกือบทุกครั้ง คุณชายนั่ง ส่วนมากฉันจะเลือกขับช้าๆ เพื่อให้รถของเราใช่ระบบไฮบริด เป็นการประหยัดน้ำมัน จนล่าสุด จากสามวันครั้ง จำนวนน้ำมันลดลงมาเรื่อยๆ เหลือตอนนี้ เติมอาทิตย์ละครั้ง และไม่น่าเชื่อ ล่าสุด อาทิตย์หนึ่ง ยังเหลือเกือบครึ่งถังก็มี
 
คุณเองชาย เมื่อขับรถ ก็หันมาใช้นโยบายอย่างฉันบอก คือ ถ้าเราไม่รีบ ไม่ต้องขับเร็ว เป็นการขับเพื่อผ่อนคลาย และทำให้ใจไม่รีบเร่ง จะได้สงบ ...
 
ค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันก็เลยลดลง อย่างเห็นได้ชัด นี่คือสิ่งที่ฉันลองทำแล้วได้ผล
 
....
 
ีอีกอย่างที่ทำแล้วมีความสุข คือ คอนเซ็ปต์แต่งกายเรียบง่าย
 
ฉันสังคายนาตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ตู้ที่บอกตัวเองว่า "ซื้อเสื้อมาเยอะแยะ มีทุกแบบ แต่เวลาจะใช้ หาไม่เคยเห็นเลย" ... ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการ แบ่งเสื้อผ้าออกเป็นสามกลุ่ม คือ หนึ่ง หรูสุดๆ แบบชุดราตรียาว ชุดไทยทั้งหลายแหล่ ออกไปกลุ่มหนึ่ง (ไม่น่าเชื่อนะ ว่าโสๆ อย่างฉัน จะมีเสื้อผ้ากลุ่มนี้มากที่สุด) จัดการแยกตู้ไปไว้ต่างหาก เอาไปไว้ในตู้เสื้อผ้าที่ห้องนอนห้องหนึ่ง
 
อีกกลุ่มเป็นเสื้อผ้า ใส่ไปเที่ยว คือ สวยหน่อย (ไม่น่าเชื่อว่า ทอมๆ อย่างฉัน มีชุดแสคแยะมาก แบบหวานๆ เพียบ) ซึ่งไม่ค่อยได้ใส่หรอก ซื้อมาสนองความอยากเท่านั้นเอง อันนี้เอาไปไว้ตู้เสื้อผ้าอีกห้องหนึ่ง สองห้องนี้ เป็นอันว่า เมื่อจะใช้ ค่อยไป
 
ส่วนตู้ที่ใช้ประจำ เหลือแต่เสื้อผ้าธรรมดา ใส่อยู่บ้าน และใส่ไปข้างนอก แบบไม่ต้องพบปะคนรู้จัก หรือถึงรู้จัก ก็จะใส่ง่ายๆ ทำให้พบว่า ฉันใส่แบบนี้มากที่สุด บ่อยที่สุด และมีแต่เสื้อผ้าแบบเสื้อยืดแขนยาว สีเรียบๆ ง่ายๆ ใส่สบาย และยังมีเสื้อผ้าอีกกลุ่มหนึี่ง ที่ไม่เคยใส่เลย และไม่สวย ใส่แล้วทำลายบุคลิก ก็จะตัดใจแยกออกไป เตรียมจัดทิ้ง หรือทำผ้าขี้ริ้ว เพราะอยู่ไปก็รกโลก (รกตู้) จะใส่ ก็ทำให้เราเสื่อมสง่าราศีเกินไป
 
ตอนนี้ตู้เสื้อผ้าโล่ง หาอะไรก็เจอ และในความเรียบง่ายของเสื้อผ้าที่เรามี แต่เราหาอะไรก็เจอ ทำให้แมตซ์สี และแบบ ได้มากกว่าตอนมีทุกอย่างแต่รกอีก ตอนนี้ก็เลยชื่นใจไปอีกเรื่องหนึ่ง 
 
....
 
ทุกวันนี้ อย่างเช่นวันนี้ สัปดาห์นี้ก็เหมือนกัน เราไม่ได้ไปไหน ฉันตื่นมา บ้านก็ค่อนข้างเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำ ฉันแค่เก็บเล็กๆ น้อย ๆ ที่มันจะเปรอะของทุกวันจากการใช้งาน เช่น จาน ที่แต่ก่อนล้างด้วยเครื่องตั้งสองชั่วโมง เปลืองน้ำไฟมาก จากที่ล้างทุกวัน, ก็เปลี่ยนเป็นทุกสองวัน ... ที่เปลี่ยนได้ก็เพราะมีสติกับการใช้ขึ้น ไม่ใช่ใช้มั่วไปหมด จนต้องมีของให้ล้างเยอะๆ
 
ผ้า ก็ซักทุกอาทิตย์ ไม่ใช่ทุกสองวันแล้ว เพราะมีสติกับการใช้เสื้อผ้า ... ของพวกนี้ นอกจากประหยัด ยังลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และรู้สึกดีที่ได้จัดระเบียบ ทำให้ไม่มั่ว
 
ตอนนี้บ้านมันเรียบแป้ จนฉันคิดว่า บ้านที่มีคนอยู่ เราคงไม่สามารถทำให้มันสะอาดหรือเป็นระเบียบมากกว่านี้แล้วล่ะ ต้องยอมให้มันเลอะๆ บ้าง เป็นธรรมชาติ
 
....
 
บลอกวันนี้จะจบลงด้วยประโยคที่ว่า หลังจากหาความสุขจากนอกบ้านมานาน เมื่อได้กลับมาบ้าน ก็ทำให้มีความสุข ... จึงอยากจะบอกน้องๆ ของตัวเอง (ไม่กล้าบอกคนอื่นๆ หรอก) ว่า นกน้อย ยังมีรังเป็นของตัวเอง เราเอง เกิดมาทำงาน ก็ต้องพยายามเก็บหอมรอมริบ เพื่อให้มีบ้านของตัวเอง มีสเปซของตัวเอง แล้วจะได้เข้าใจ คำว่าบ้านคือวิมาน คือสวรรค์ และความสุข เพราะมันให้ความเป็นส่วนตัวอย่างนี้นี่เอง
 
ฉันเองก็ยังไม่มีบ้านอยู่ที่เมืองไทยหรอก แต่ตอนนี้ตั้งใจจะทำบ้านแล้ว พยายามเก็บตังค์ และกำลังมองหาแบบสร้างบ้าน ที่ทางสร้างบ้านอยู่ ซึ่งแค่คิด ก็มีความสุขแล้ว...  
 
(420790
 
Last Updated on Sunday, 29 August 2010 15:14

อยู่กับ "ความคลาย"​ อยู่กับความจริง และกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา

E-mail Print PDF

อาจารย์พล บรรยายที่ทำเนียบ ท่านทูต วันนี้

ให้น้องนักกีฬา ที่มาปรากฟัง 

 

วันนี้ได้คุยกับอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับองค์รวมเรื่องไทเก๊ก เรื่องสมาธิ เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม ท่านได้มาอบรมให้คนเช็กเรียนเป็นเวลาสองอาทิตย์ ท่านสอนที่ชีวาศรม และเคยนวดให่้คุณสนธิ แห่งบ้านผู้จัดการด้วย เคยออกซีดีหลายชุด

นานๆ ได้เจออาจารย์ที่มีประสบการณ์สูง ต้องใช้เวลาให้มีค่า รีบถามคำถามคาใจก่อนเลย อันดับแรก ถามอาจารย์ถึงการที่เวลานั่งสมาธิ แล้วเราหลับในสมาธิ แล้วมันเกิดสบาย คือ หลับตื้นๆ เราก็รู้ตัว มันเหมือนพักผ่อนไปในตัว แต่ในอีกมุมหนึ่งมันคือ เหมือนตกพะวัง ... ถามอาจารย์ว่า นี่คือดีหรือไม่ดี

อาจารย์บอกว่า ไม่ดี

หมายถึง สติเราหาย เราไม่ได้มีสติอยู่กับตัว ทำให้เราจมไป หายไป ...

เข้าใจที่อาจารย์หมายถึง แต่ก็บอกอาจารย์ว่า เวลากำหนดสมาธิแล้ว กำหนดแต่ลมหายใจอย่างเดียว พอเราจับมันได้แล้ว ดูมันไปเรื่อยๆ มันเบื่อ มันก็เลยตกพะวังไปเลย แล้วเวลาตกมันสบาย

อาจารย์ตอบว่า อย่าไปดูอะไรจุดเดียว เหมือนกับทุกๆ อย่าง ต้องมีองค์ประกอบ ร่างกายของเราก็เหมือนกัน อย่าไปดูแต่ลมหายใจ ให้ดูส่วนอื่นๆ ด้วย จะได้มีการงาน "ที่ตั้ง" ให้ดู ไม่ตกพะวัง

เป็นอันว่าเข้าใจ

แล้วอาจารย์ก็สอนเรื่องหนึ่ง ที่เห็นว่าน่าสนใจมาก คือ ท่านบอกว่า ในชีวิต เราให้อยู่ "ความคลาย" อย่าไปอยู่กับ "ความตึง" 

อันหมายว่า ทุกอย่าง มีองค์ประกอบของความตึง กับความคลาย เราอย่าไปเพ่งกับความตึง จงอยู่กับความคลายตัว เหมือนปัญหาต่างๆ ในชีวิต วันหนึ่งมันเกิดขึ้น มันก็ต้องมีวันเปลี่ยนแปลง มีวันคลายตัว การนั่งสมาธิก็เหมือนกัน อย่าไปตึง อย่าไปอยู่กับส่วนตึง ให้ดูความคลายส่วนต่างๆ ของร่างกาย แล้วจะนั่งได้ดีขึ้น

เป็นอันว่า เข้าใจ

ทำให้นึกไปถึงเกมๆ หนึ่ง ที่กำลังเล่นทางไอโฟนตอนนี้ คือ เกม mission มันเป็นเกมจรวด แล้วก็ยิงดะไปเรื่อยๆ จนไปถึงด่านสุดท้าย ต้องยิงบอสให้ตายให้ได้ และระหว่างทาง ก็ต้องคอยหลบระเบิด

เกมนี่เป็นตัวอย่างชัดเลย

คือ มนุษย์เราชอบอยู่กับความตึง มากกว่าความคลาย

คือเกมนี้ ถ้าเราฆ่าเขาได้ เราจะได้แต้ม แต่การได้แต้มไปเรื่อยๆ จริงๆ แล้ว การเลื่อนขั้นของเกม ไม่ใช่การได้แต้มสูงๆ แต่เป็นการรักษาชีวิตให้รอด และฆ่าบอสให้ได้ ถึงได้เลื่อนขั้น นั่นก็คือ แทนที่จะไปมุ่งฆ่าคนอื่น เราควรเน้นหลบหลีกชีวิตของเราเอง แล้วไปพุ่งเป้าฆ่าบอส สิ่งที่สำคัญเลยดีกว่า

แต่การที่เราได้แต้ม มันดึงดูดให้เราอยู่กับความตึง มันเครียด แต่มันก็สนุก ท้าทาย แต่มันก็เหนื่อย

จริงๆ เกมนี้ ถ้าไม่โลภแต้ม แค่หลบหลีกกระสุน ก็ชิลล์แล้ว

(เปรียบเสมือนเราเลือกอยู่กับ "ความคลาย")

.....

นอกจากความคลายแล้ว ก็ได้คุยกับอาจารย์เรื่องการอยู่กับความจริง และการกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา

เวลาเราเจอปัญหาใหญ่ๆ หรือสิ่งที่เรากลัว เราเครียด เรามักไปต่อไม่ได้ เพราะกังวล เราเหนื่อย

ก็เพราะเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา

หากเรายอมรับความจริง อยู่กับความจริง อะไรเกิดขึ้นกับเรา เราก็เผชิญหน้ากับมัน เราก็จะผ่านมันไปได้

บางครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ได้ทำร้ายเรามากมายหรอก ความกลัวของเราเองต่างหากที่มันทำร้ายเรามากกว่า

การกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา คือ การช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาไปได้ ไม่ใช่กลัวมัน

และเทคนิคของการเผชิญปัญหา ก็คือ ยอมรับความจริง 

....

ได้ฟังแล้วก็เห็นว่า ชีวิตจะรู้จักมัน เราก็จะจัดการกับมันได้ง่ายขึ้น

สิ่งสำคัญ คือ ต้องอยู่กับตัวเอง อยู่กับภายใน อย่าใช้ชีวิตขึ้นอยู่กับภายนอก

อะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตาม เรารักษา "ความร่มเย็น" ภายในจิตใจของเราให้ได้

...

 

 

ความหมายของ 

"ปัญญา" ในทางพุทธ

คือ การรับรู้ เห็น ตามสภาพของความเป็นจริง 

 

หลายครั้ง หลายเรื่องในชีวิตที่เราเจ็บปวด

ก็เพราะเราไม่ยอมรับความจริง

หากยอมรับความจริงได้เมื่อไหร่ ความเจ็บปวดหายไปทันทีครึ่งหนึ่ง

การยอมรับความจริง จึงทำให้ทุกข์เราหายไปทันทีครึ่งหนึ่ง 

 

ตามหาความเจ็บป่วยในจิตใจ

ว่าเกิดจากอะไร แล้วทำใจยอมรับความจริงทีละน้อยๆ

อยู่กับความจริงไปเรื่อยๆ

วันหนึ่งจะบอกตัวเองได้ว่า ยอมรับความจริงได้แล้ว

แล้วก็จะปล่อยวางได้มากขึ้น

เวลาจะช่วย

จงยอมรับความจริงเสียตั้งแต่วันนี้ 

 

...

 

(420348

 

Last Updated on Friday, 27 August 2010 22:22

Page 2 of 235

www.netnapa.net

About Website: ข้อเขียนในเวบนี้ มีการขึ้นหัวข้อต่างๆ ไว้ บางหัวข้อก็มีเรื่องให้อ่านแล้ว บางหัวข้อก็รออัพเดทค่ะ

About Tours: มีโปรแกรมเที่ยว 4 แบบนะคะ คือ เที่ยวปรากอย่างเดียว 3 วันเจาะลึกเช็ก 5 วัน คือ เมืองปราก เมืองเชสกี้ครุมลอฟ และเมืองคาโรวี วารี, ยุโรปโรแมนติก เที่ยว 3 ประเทศ 7 วัน คือ เช็ก ออสเตรีย และเยอรมัน และ "ที่สุดของยุโรป" เที่ยว 5 ประเทศ 10 วัน คือ เช็ก ฮังการี สโลวัก ออสเตรีย และเยอรมัน Contact us

 

 


OCT TRAVEL s.r.o. by เนตรนภา

รับจองโรงแรมในเช็ก มีตราประทับ ขอวีซ่าได้  และ ให้เช่ารถตู้ นั่งได้เจ็ดท่าน เป็นโฟล์กสวาเก้น คนขับพูดอังกฤษได้ 

เที่ยวยุโรปกับคนไทยในยุโรป

เที่ยวยุโรปอย่างคุ้มค่ากับคุณสไมล์ลี่คุณลี่จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป แบบกันเองค่ะ แบกเป้สนุก และประหยัด
 
เที่ยวฮอลแลนด์ กับคุณเจี๊ยบคุณเจี๊ยบ นักเขียนตะลอนทัวร์อิตาลี่ จะพาคุณเที่ยวเนเธอร์แลนด์แบบเพื่อนอันอบอุ่น
 
เที่ยวออสเตรียแบบโฮมสเตย์ กับคุณแอ้มทริปคุณแอ้ม จะพาคุณเที่ยวหลายประเทศในยุโรป อยากเล่นสกี และพักโฮมสเตย์กับคนไทย ลองดูที่่นี่่ค่ะ
 
>> สนใจแลกลิงค์ ติดต่อ rinแอดnetnapa.net ค่ะ